งลัทธิเซิ่งเหลียนของข้า งูที่ข้าเลี้ยงสามารถตามกลิ่นนี้ได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้กลิ่นนี้อยู่บนตัวเหยี่ยวยักษ์นั่น” ศิษย์ลัทธิเซิ่งเหลียนอธิบายเพียงแต่ว่า หยางไป่หมิงไม่เห็นร่องรอยของผู้ใดบนตัวของเหยี่ยวยักษ์นั่น อีกทั้งเหยี่ยวยักษ์ตัวนี้ดูแล้วมีพลังไม่น้อย หากสู้กันซึ่งๆหน้า ต้องมีตายกันไปข้าง
“ศิษย์พี่หมิง เหยี่ยวตัวนี้ดูเหมือนกับว่าจะสนใจเนื้อย่างของเรานะขอรับ” ศิษย์สำนักคุนอู๋คนหนึ่งมีสายตาคมกริบ เขาสังเกตเห็นบางสิ่งแล้วจึงกราชิบรายงานหยางไป่หมิงเมื่อหยางไป่หมิงได้ยินก็มีแผนผุดขึ้นในใจ เขามองไปที่ศิษย์หอโอสถสำนักคนหนึ่งและส่งสายตาให้เขา ฝ่ายหลังเข้าใจในทันที เห็นได้ชัดว่าพวกเขาจะใส่ยาในเนื้อย่าง“ทุกคนระวัง เตรียมจู่โจม!” หยางไป่หมิงเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อให้สหายหอโอสถสำนักมีเวลาเตรียมการ พวกเขาก่อกลุ่มตั้งท่าพร้อมจู่โจมเหยี่ยวยักษ์ตัวนั้น ฝ่ายหลังกระพือปีกบินสูงทันทีเนื่องจากทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหัน ชุ่ยชุ่ยเกือบจะกรีดร้องออกมา แต่นางก็ไม่กล้าออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำได้เพียงจับขนของเหยี่ยวยักษ์ไว้แน่นและหมอบอยู่เช่นนั้นผ่านไปไม่นาน ชุ่ยชุ่ยก็ได้ยินเสียงตะโกนจากข้างนอก “ออกไป!เหยี่ยวตัวนี้อยากกินเนื้อย่าง มันไม่อยากสู้กับพวกเรา!”ชุ่ยชุ่ยพยายามเงี่ยหูฟัง นางรู้สึกคุ้นหูมาก แต่เพราะว่าก่อนหน้านี้นางมัวแต่ร้องไห้ จึงไม่ได้ยินเสียงของหยางไป่หมิง นางจึงไม่รู้ว่ามีกับดักหนึ่งกำลังรอนางอยู