มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ชือหมินหมิ่นตอบ “ตอนที่เราฝึกฌานด้วยกัน สิ่งที่นางเรียนเป็นอย่างแรกก็คือการวิ่งหนี นางบอกว่าแม้พลังต่อสู้จะอ่อนแอ แต่จะตกเป็นภาระคุณหนูใหญ่ไม่ได้ นางจึงเรียนวิธีการหนีก่อนสิ่งอื่นใด”เม่ยเอ๋อร์ “…”เอาเถิด ความคิดไม่เลว กลยุทธ์ก็ใช้ได้ ดูคนสำนักคุนอู๋สิ ตามกันไม่ทันแล้วแต่แล้ว… ชุ่ยชุ่ยที่กำลังวิ่งอยู่นั้นก็หยุดลงในทันใด ราวกับกำลังรอให้เหล่าศิษย์สำนักคุนอู๋ไล่ตามนางทัน“นางจะทำอะไรอีกน่ะ” เม่ยเอ๋อร์รู้สึกเป็นกังวลแทนนางจริงๆ
ชือหมินหมิ่นพูดขึ้นว่า “นางอาจจะคิดว่าวิ่งหนีต่อไปเช่นนี้ จะทำให้คุณหนูใหญ่อับอาย ก็เลยเตรียมจะกำจัดสักคนสองคน?”เม่ยเอ๋อร์ “…”นางไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้วทว่าความจริงก็พิสูจน์ให้เห็นว่าชือหมินหมิ่นรู้จักชุ่ยชุ่ยเป็นอย่างดี นางคิดเช่นนี้จริงๆ บัดนี้นางพับแขนเสื้อขึ้น ยืนมือเท้าเอวรอจางซ่านจยาพวกเขาแล้วจางซ่านจยาและคนอื่นๆที่จู่ๆ ก็ชะงักหยุดลงอย่างระแวดระวังต่างคิดว่าสาวใช้คนนี้จะเล่นตุกติก พวกเขาจึงตั้งท่าเตรียมรับมือจริงจังใครจะไปรู้ว่า…“พวกเจ้า! เข้ามาทีละคน!” ชุ่ยชุ่ยชี้ไปที่จางซ่านจยาและกล่าวว่า“ข้าจะวิ่งหนีเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ ข้าเป็นสาวใช้ข้างกายคุณหนูใหญ่ เอาแต่หนีเช่นนี้จะทำให้นางขายหน้า”จางซ่านจยาแสดงสีหน้างุนงงปนประหลาด เขามองสำรวจชุ่ยชุ่ยครู่หนึ่ง พบว่านางเองก็มีฌานตบะขั้นปฐมภูมิที่เหมือนกับว่าไม่ได้วิเศษอะไรนักด้วย“เจ้าหลอกพวกข้า!” จางซ่าน