ยังคงอุ้มเด็กน้อยแสดงแววตาลุ่มลึก แม้ว่าเขาจะโต้กลับได้ แต่เขาก็ยอมจำนนต่อนางส่วนเยี่ยนอวี๋… เมื่อนางเห็นว่าเขา ‘ยอม’ แต่โดยดี นางก็เข้าใกล้ริมฝีปากจนปลายจมูกของนางแตะริมฝีปากที่ค่อนข้างเย็นแต่เย้ายวนใจใบนั้น ต้าซือมิ่งทำท่าจะหลับตาเคลิบเคลิ้ม แต่แล้ว… จู่ๆ เยี่ยนอวี๋ก็ถามขึ้นว่า “เป็นพรหมจารีจริงๆ หรือ”ต้าซือมิ่ง “…”คำถามทำลายบรรยากาศเช่นนี้! เขาขอปฏิเสธที่จะตอบ แต่เยี่ยนอวี๋ก็ไม่ได้ต้องการคำตอบจากเขาอยู่แล้ว นางกำลังหัวเราะเบาๆราวกับแมวที่พึมพำในลำคอ เยือกเย็นและเกียจคร้าน
ต้าซือมิ่งบีบมืออ่อนนุ่มที่กดทับมือของเขาไว้ ทำท่าจะจูบปากที่อยู่ปราชั้นชิดนั้น แต่เจ้าของริมฝีปากแดงระเรื่อใบนั้นก็หลบทันสมกับชื่อ ‘เจ้าปลาน้อย’ ของนาง ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ นางก็หลบหนีได้อย่างคล่องแคล่ว อย่างไรก็ไม่ยอมให้โอกาสเขา…ไม่เพียงเท่านี้…“ฮึ”เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ยังพ่นหัวเราะออกมา แต่มิได้บางเบาดั่งเมื่อครู่นี้ แต่หัวเราะแบบมีเสียงออกมา ในเสียงหัวเราะยังแฝงความซุกซนและเย้าแหย่ เห็นได้ชัดว่านางหยอกต้าซือมิ่งเล่นอยู่จริงๆ!เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ยังพูดขึ้นว่า “ครานั้นเจ้าบอกมิใช่หรือว่าข้าตามเจ้าไม่ทัน”แค่คำพูดนี้… ทำให้หรงอี้ที่แต่เดิมอยากจะ ‘สั่งสอน’ ภรรยาหลุบตาลงและเอ่ยด้วยน ้าเสียงที่เอ่อล้นไปด้วยความรัก “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์”“หืม?”เสียงสูงและเล็กของนางยิ่งเผยให้เห็นถึงความเย้ายวนของนางต้าซือมิ่งใจเต้นระรัว เขาก้มศ