เดินตามเขาก่อนจะเงยหน้ามองเขา มองดวงตาสีม่วงสุกใสของเขา มองขนตายาวงอนราวกับจะโบยบินของเขา มอง
คิ้วโก่งดั่งคันศรของเขา มองจมูกโด่งเป็นสันของเขา มองริมฝีปากสีชมพูระเรื่อราวกับเกสรอ่อนของเขา…ไม่มีส่วนใดที่ไม่วิจิตรประณีต ทุกส่วนสมบูรณ์แบบเหมือนใบหน้าของเด็กน้อยฉบับโต อันที่จริงก็ไม่มีส่วนใดที่ขัดใจนาง ราวกับเป็นคนที่นางปั้นมาเองกับมือ มีหน้าตางดงามแบบที่นางชอบหากไม่ใช่เพราะเขาทำให้นางรำคาญตั้งแต่แรก ด้วยหน้าตาเช่นนี้ นางก็คงไม่รู้สึกรังเกียจเขา ฉะนั้นพูดตามตรง ในยามจำเป็นนางจะต้องเลือกเขา นี่คงเป็นสาเหตุที่มีเสี่ยวเป่า ถึงแม้นางจะจำไม่ได้…“…”เยี่ยนอวี๋นึกถึงเหตุการณ์วุ่นวายอันเลือนรางนั้น นางขมวดคิ้วเพราะนางมิสามารถจำได้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นจริงๆ อันที่จริงนางเองก็ไม่สนใจมากนัก ทว่าบัดนี้…หรงอี้ที่ถูกมองอยู่พักใหญ่ก็เลิกคิ้วขึ้น “ขมวดคิ้วหมายความว่าอย่างไร มีส่วนไหนไม่พอใจเจ้าหรือ”เยี่ยนอวี๋มิได้พูดอะไร แต่นางค่อยๆ เดินเข้าใกล้ต้าซือมิ่ง ทำเอาฝ่ายหลังหลุบตาลงเล็กน้อย แต่สิ่งที่ต้าซือมิ่งคิดไม่ถึงเลยก็คือ เยี่ยนอวี๋ที่ค่อยๆ ปราชิดตัวเขาก็ผลักเขาถอยหลังจนหลังชนกำแพงอย่างไม่ทันตั้งตัว“เจ้า…” หรงอี้นัยน์ตาขรึม
เยี่ยนอวี๋กลับเขย่งเท้าขึ้นปราชิดตัวเขา มือข้างหนึ่งที่ยังจับมือเขาอยู่ก็ถูกยกขึ้นและดันไปข้างลำคอของเขา นางกดมือของเขาไว้บนกำแพง เพื่อค ้าตัวนางและสบตาที่อยู่ในระดับสายตาเดียวกันไ