เยี่ยนจื่อเยี่ยก็แปลก ปฏิเสธไปแล้วยังดึงดันซ ้าเติมหยวนคังฮ่องเต้ เขาไม่เพียงบอกว่าพวกเขาสองคนหมั้นหมายแล้ว ยังนำหนังสือหมั้นหมายออกมาให้หยวนคังฮ่องเต้ทอดพระเนตรด้วยทำเอาหยวนคังฮ่องเต้ที่แต่เดิมหน้าดำหน้าแดงอยู่แล้ว ยิ่งสะเทือนใจจนหน้าซีด มุมปากยังมีเลือดไหลซิบออกมา คงกำลังกลั้นเลือดที่กระอักออกมาไว้“คุณชายใหญ่เยี่ยนเก็บหนังสือหมั้นหมายเถิด! ฝ่าบาทประสงค์ดูแลคุณหนูใหญ่เยี่ยนอย่างดีจริงๆ มิได้มีเจตนาร้ายใดๆ” เหอซงทำได้เพียงพูดแทนพระองค์ท่าน บอกให้เยี่ยนจื่อเยี่ยรีบเก็บหนังสือหมั้นสีแดงสดตรงหน้า!เยี่ยนจื่อเยี่ยก็รู้จักประมาณตน ครั้นเขากำลังจะเก็บหนังสือหมั้นหมาย ต้าซือมิ่งที่อุ้มเด็กก็เดินเข้ามาหา “ข้าขอดูหน่อย”“อ้ะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าก็อยากดูเช่นกัน เพราะตอนนี้ท่านพ่อของเขาไม่ป้อนอาหารให้แล้ว ในปากของเขาก็ไม่มีข้าวให้ทานแล้วเขาจึงชะโงกศีรษะออกไปจะดูด้วยเยี่ยนจื่อเยี่ยไม่อยากให้ กลัวว่าเจ้าคนนี้จะได้ใจ ทว่ามือของต้าซือมิ่งยื่นออกมาแล้ว ในฐานะที่เป็นพี่เขย ถือเสียว่าไว้หน้าต้าซือมิ่งแล้วกัน เขาจึงยอมให้ดู
ต้าซือมิ่งที่รับหนังสือหมั้นหมายมาก็เห็นลายมืออันประณีตที่เขียนวันเดือนปีเกิดของเขาและเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์บนหนังสือสีแดงสดใบนั้น วันหมั้นกำหนดไว้ที่วันเริ่มฤดูใบไม้ผลิปีหน้า อีกทั้งยังเป็นเพียงแค่งานหมั้น อืม…ใบหน้าของเขาที่ค่อยๆ เผยรอยยิ้มขึ้น สำหรับหยวนคังฮ่องเต้แล้ว ย่อมหมายถึงการโอ