้อวด การได้ใจ และการตบหน้าตนอย่างเปิดเผย! ทำให้หยวนคังฮ่องเต้อยากจะออกจากที่นี่อย่างมิอาจทนได้อีกแล้วแต่กระนั้นต้าซือมิ่งก็ยังไม่ยอมจบง่ายๆ “ขึ้นหกค ่าเดือนหนึ่ง ต้นฤดูใบไม้ผลิ ข้าและคุณหนูใหญ่เยี่ยนจัดงานหมั้น ถึงครานั้นเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมดื่มอวยพรที่ตำหนักซือมิ่งของข้า ซย่าโหวกุ่ยเรียนเชิญเจ้าด้วย”ฮ่องเต้เกือบจะกระอักเลือดออกมาอีกแล้ว เขายกแก้วน ้าชาขึ้นมาก่อนจะกระดกน ้าชาลงไป พูดขึ้นว่า “กว่าจะถึงครานั้น ยังอีกยาวไหล” ความหมายอีกอย่างคือ ‘เราไม่ยอมแพ้แน่นอน!’“นั่นน่ะสิ พี่ใหญ่ เลื่อนขึ้นมาหน่อยไม่ได้หรือ กลางฤดูใบไม้ร่วงเป็นไง” ต้าซือมิ่งยังเจรจากับพี่เขยใหญ่ต่อหน้าทุกคนเยี่ยนจื่อเยี่ย “…”เขาก็อยากกระอักเลือดเช่นกัน
“อ้ะเนะ! อ้ะเนะเนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่ากลับไม่เข้าใจ เขาถามว่าหมายความว่าอย่างไร ทำไมข้าฟังไม่รู้เรื่องเลยเยี่ยนจื่อเสาเดาได้ว่าเด็กน้อยอยากถามอะไร เขาจึงอธิบายอย่างตรงไปตรงมา “ความหมายของการหมั้นก็คือท่านพ่อและท่านแม่ของเจ้าสามารถจับมืออยู่ด้วยกันได้แล้ว”“อ้ะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ากระจ่าง จากนั้นเขาก็จับมืออวบอ้วนของตนเองพลางยิ้มตาหยี “อ้ะเนะเนะ!” ราวกับกำลังบอกว่า ดีๆๆ!“แต่งงานก็คือท่านพ่อและท่านแม่นอนด้วยกันกับเจ้าได้แล้ว” ต้าซือมิ่งฉวยโอกาสให้ความรู้คำว่า ‘แต่งงาน’ เพิ่มเติมเยี่ยนเสียวเป่าตาลุกวาว! ในดวงตากลมโตของเขาราวกับมีดวงดาวนับไม่ถ้วนประกายระยิบระยับ ไม่เพี