ืออยู่ในตำหนักซือมิ่ง เขาก็จำเป็นต้องออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของตำหนักซือมิ่ง “ตำหนักซือมิ่งของข้าเป็นดินแดนเทวสิทธิ์! มิอาจหยามเหยียดเช่นนี้ได้!”หยวนคังฮ่องเต้ยิ้มเย็นชา “บัดนี้ไม่ใช่เราที่ต้องการศักดิ์ศรี แต่เป็นหรงต้าซือมิ่งที่ทำให้อำนาจเทพเจ้าแปดเปื้อนเอง ดันกล่าวด้วยตนเองว่าตนมิใช่พรหมจารีแล้ว เขาทำให้ตนเองต้องอับอาย!”เฉินฉุนเฟิงเข้าใจดี แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้ต้าซือมิ่งเปลี่ยนใจได้ บัดนี้ทำได้เพียงปกป้องศักดิ์ศรีของตำหนักซือมิ่งไว้เป็นการ
ชั่วคราว “ไม่ว่าอย่างไร ตำหนักซือมิ่งก็มิสมควรถูกหยามเช่นนี้! มิเช่นนั้นต้าซย่าจะทำให้เหล่าทวยเทพไม่พอใจได้”“ใช่แล้ว” เหล่านักบวชบางส่วนที่เห็นแก่ประโยชน์ของตนในตำหนักซือมิ่งก็พูดสำทับน่าเสียดายที่หยวนคังฮ่องเต้มิใช่คนที่ยอมฟังง่ายๆ เขาชอบวางอำนาจเผด็จการมากกว่า “พูดไปก็ไร้ประโยชน์! ข้าตัดสินใจแล้วทหาร! เตรียมเครื่องถวายเปิดแดนเทพ”“ฝ่าบาท…” เฉินฉุนเฟิงวิงวอนหมอบกราบลงบนพื้น แต่ก็รู้ดีแก่ใจว่าเขามิอาจขัดขวางไว้ได้ เขาถึงกับเคียดแค้นปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนท่านนั้น หากไม่ใช่เพราะนาง ต้าซือมิ่งก็ไม่ดึงดันจะทำตามใจตนเอง ฝ่าบาทก็คงไม่เหยียดหยามตำหนักซือมิ่งสำหรับต้าซือมิ่งผู้แข็งแกร่งแล้ว บางทีเขาอาจจะไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ ถึงอย่างไรเขาก็หลุดพ้นทางโลกแล้ว แต่คนที่ยังคงทำหน้าที่ของตนในตำหนักซือมิ่ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เกรงว่าจะไร้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์แล้