ไปนางเห็นเด็กน้อยมุดออกมาจากซอกคอของท่านพ่อของเขาและโบกมืออวบอ้วนน้อยๆ ให้นาง “แม! แม! ชอบ…”ท่าทางน่ารักน่าชังเช่นนั้นทำให้แววตาเยี่ยนอวี๋ปรากฏรอยยิ้ม“ไปเถอะ”
“เย่!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าดีใจทำท่าจะปีนขึ้นไปบนบ่าของท่านพ่อ ขาอวบอ้วนของเขายื่นออกมาจากอ้อมกอดของท่านพ่อและย ่าไปมาแต่เนื่องจากขาของเขาสั้นเกินไปจึงเอื้อมไปไม่ถึงต้าซือมิ่งจึงยกเด็กน้อยขึ้นไปนั่งบนบ่าของตนเอง เด็กน้อยสนุกสนานจนส่งเสียง ‘อ้ะเนะเนะ!’ ตลอดทางสองพ่อลูกนี้ทำให้นักเรียนในสำนักศึกษาที่กำลังอ่านตำราเรียนต่างอดมองไม่ได้…“แย่แล้ว! ลืมบอกให้น้องเขยเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดไม่สุภาพเช่นนั้นเกรงว่ากลับไปเมืองหลวงแล้วเขาจะไม่ให้เข้า” เยี่ยนจื่อเสาตบมือนึกขึ้นได้ ทำท่าจะไปเรียกว่าที่น้องเขยของตนกลับมา“ช่างเถอะ เขาย่อมรู้ดีแก่ใจ” เยี่ยนจื่อเยี่ยรู้ทันคน เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเหตุที่ว่าที่น้องเชยคนนี้ไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสียทีก็เพราะต้องการยั่วยวนน้องสาวของเขา!“นั่นน่ะสิ!” เม่ยเอ๋อร์เองก็คิดเช่นนั้น นางรีบสำทับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ตั้งใจยั่วยวนคุณหนูใหญ่!”เยี่ยนจื่อเยี่ย “…ท่านนี้คือ?”“อ๋อ! เม่ยเอ๋อร์ นางเป็นลูกน้องของน้องเล็ก สู้เก่งมาก” เยี่ยนจื่อเสารีบแนะนำทันทีเม่ยเอ๋อร์ประสานมือคารวะ “คุณชายใหญ่”
เยี่ยนจื่อเสาถามขึ้นทันที “เหตุใดไม่เคยได้ยินเจ้าเรียกข้าว่าคุณชายรองล่ะ?”“อยากได้ยินหรือเจ้าคะ” เม่ยเอ๋อร์ถามกลับอย่างเย็นชาเยี่ยนจื่อ