จนเมื่อเด็กน้อยที่งีบหลับจนตื่นแล้วก็ลืมตามองเขาที่ยังคงครุ่นคิดอยู่ เห็นได้ว่าเขาครุ่นคิดอยู่นาน…
เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่เพิ่งตื่นก็มิได้ส่งเสียงรบกวนใดๆ เขาอยู่ในอ้อมอกของท่านพ่อเงียบๆ หาวบ้างเป็นบางครั้ง ดูเป็นเด็กดีและน่ารักมากทำเอาต้าซือมิ่งที่รับรู้ว่าเขาตื่นแล้วก็มองเขาด้วยรอยยิ้มผ่านไปครู่หนึ่ง เจ้าตัวน้อยเริ่มขยับตัว “พ่อ!” จ๊อกๆ“หิวแล้วหรือ” หรงอี้อุ้มเด็กน้อยขึ้นมา ดูเจ้าก้อนผ่องแผ้วตรงหน้าแล้วก็ทอดถอนใจอีกครั้ง สักวันเขาต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นให้ได้!“เนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าหรงอี้ดูแล้วก็จวนเวลาทานข้าวแล้ว เขาจึงพาเด็กน้อยกลับไปที่สำนักศึกษา ระหว่างทางก็ป้อนของทานเล่นให้เจ้าตัวน้อยทานรองท้อง เมื่อถึงสำนักศึกษาแล้วจึงลงมือทำกับข้าวให้เด็กน้อยถึงแม้เยี่ยนอวี๋สัมผัสได้ว่าหลังจากต้าซือมิ่งออกไปแล้ว เขามีท่าทีแปลกประหลาด ทว่านางก็ไม่ได้ถาม จนถึงกลางดึก ขณะที่ทุกคนกลับเมืองหลวง เมื่ออยู่บนรถม้านางก็ถามขึ้นว่า “เกิดเรื่องแล้วหรือ”“เปล่า” หรงอี้นวดระหว่างคิ้วเบาๆ “หลานชังคอยจับตาดูอยู่ ไม่เกิดเรื่องอันใดหรอก”“จริงหรือ” เยี่ยนอวี๋สังเกตสีหน้าของเขา “ข้าเห็นสีหน้าเจ้าไม่ค่อยดีเท่าไรน่ะ”
“อืม” ต้าซือมิ่งที่พยักหน้ายอมรับตามสภาพ ก่อนจะเอนศีรษะพิงคนที่อยู่ข้างๆ “ข้ารู้สึกสะเทือนใจมากเลย”เยี่ยนอวี๋ “…”นางเกือบจะผลักศีรษะของเขาออกไปจากไหล่ด้วยสัญชาติญาณแล้ว แต่ในคำพูดของเขากลับแฝงด