ดูมีมาดสุภาพบุรุษ ไม่รีบร้อนและแน่วแน่“อ้ะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าดูเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ‘ดวล’ นี้หมายถึงอะไร ไม่เหมือนที่เยี่ยนชิงมักจะพูดว่า ‘ตี’ เลย ถ้าคำนี้เขาสามารถเข้าใจได้ทันทีที่เยี่ยนจื่อเสาได้ยินเสียงร้องอ่อนเยาว์ก็อธิบายให้กับเจ้าตัวน้อยทันทีว่า “ท่านลุงใหญ่ของเจ้าจะเล่นกับท่านพ่อของเจ้าสักพักเราไปดูข้างๆ กันดีหรือไม่”“อ้ะเนะเนะ!” เมื่อเยี่ยนเสี่ยวเป่าได้ยินว่าเล่น เขาก็ยิ้มอย่างมีความสุขอย่างเป็นธรรมชาติ
เยี่ยนจื่อเสาถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกระซิบกับพี่ใหญ่ของเขาว่า “อย่ามองว่าเสี่ยวเป่ายังเด็ก เขาปกป้องท่านพ่อของเขามาก หากเขารู้ท่านจะตีท่านพ่อของเขาล่ะก็ ข้าไม่คิดว่าท่านจะสู้ได้”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เยี่ยนจื่อเยี่ยขมวดคิ้ว“ท่านคิดว่าท่านพ่อไม่ต้องการตีคนที่จะพรากเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ไปหรอกหรือ ต้องการนัก! แต่ทุกครั้งที่ท่านพ่อจะลงมือ เสี่ยวเป่าก็จะหยุดไว้ ท่านลงมือต่อเด็กน้อยที่น่ารักน่าชังขนาดนี้ได้หรือ”เยี่ยนจื่อเยี่ยมองเจ้าตัวน้อยอย่างจริงจัง ฝ่ายหลังจึงยิ้มหวานให้เขาทันที ทำให้เขาละลายเหมือนน ้าแข็งและหิมะ พร้อมกับถอนหายใจ “ไม่ได้”“ก็นั่นน่ะสิ” เยี่ยนจื่อเสาดูชัดเจนเยี่ยนจื่อเยี่ยเข้าใจว่าท่านพ่อของเขาถูก ‘อุบาย’ ครอบงำได้อย่างไร ก็ว่าล่ะ! เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ที่ท่านพ่อหวงนักหวงหนาจะตอบตกลงได้ง่ายเพียงนั้นได้อย่างไรกัน ที่แท้ก็เป็น ‘คนทรยศน้อย’ นี่เองอย่างไรก็ต