าม เยี่ยนจื่อเยี่ยที่เปิดใจพูดอีกครั้งกล่าว “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ เจ้ามากับพี่ที”“หืม?” เยี่ยนอวี๋ตกใจเล็กน้อยเยี่ยนจื่อเยี่ยจับมือของนางแล้วพาไปอีกที่หนึ่ง
เยี่ยนอวี๋สัมผัสได้ถึงความอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือ แม้นจะไม่คุ้นเคยสักเท่าไร แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน กลับกันยังมีความตื่นเต้นแปลกๆนางสามารถรับรู้ได้ว่าพี่ใหญ่เป็นคนที่อ่อนไหวที่สุดในครอบครัวเช่นนั้นเขาจะรู้หรือไม่ว่านางไม่ใช่ ‘เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์’ คนเดิมของพวก…พวกเขาอีกต่อไปแต่เมื่อความกังวลนี้เอ่อล้นมาจากหัวใจของเยี่ยนอวี๋นางก็ถูกเยี่ยนจื่อเยี่ยสวมกอด เขากอดนางไว้ในอ้อมแขนของเขาเบาๆ และตบหลังนางเหมือนตอนที่ยังเป็นเด็ก “พี่ขอโทษ ตอนที่เจ้าต้องการพี่ใหญ่ที่สุด พี่กลับไม่อยู่ที่สำนักชางอู๋”สำนักศึกษามักจะ ‘เร้นจากโลก’ และอุทิศตนให้กับการฝึกฝนดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับเยี่ยนจื่อเสาแล้ว เยี่ยนจื่อเยี่ยจะได้รับข่าวช้ากว่านัก เมื่อตอนที่เขารู้เรื่อง ทุกอย่างก็ผ่านไปแล้วแต่แม้เวลาจะผ่านไปนานเยี่ยนจื่อเยี่ยก็ยังปล่อยมันไปไม่ได้ หากท่านพ่อของเขาไม่ขอให้เขาอยู่ในสำนักศึกษาและรอน้องสาวของเขาเข้าเมืองหลวงล่ะก็ เขาคงออกจากสำนักศึกษาแล้วกลับไปยังสำนักชางอู๋ตั้งนานแล้วสำหรับเยี่ยนอวี๋ นางกะพริบตาเล็กน้อย หัวใจของนางอบอุ่นมาก“มันผ่านไปแล้ว”เยี่ยนจื่อเยี่ยเจ็บใจ! เศร้าขึ้นมา…
เพราะมัน ‘ผ่านไป’ ไม่ใช่ ‘ข้าสบายดี’ ดังนั้นเขาจึงสามารถรับรู้ได้จากคำตอบของน้องส