เพราะจู่ๆ นางก็นึกขึ้นได้ว่าดูเหมือนนางจะต้องเข้าวังเพื่อขอบพระทัย อืม…ใบหน้าของเยี่ยนอวี๋เกร็งเมื่อนึกความทรงจำที่ไม่สู้ดีนักได้ ต้าซือมิ่งจับมือนางอย่างคุ้นเคย “ข้าจะไปกับเจ้า”“อย่ารุ่มร่าม” เยี่ยนอวี๋ดึงมือกลับ ศีรษะของนางยังคงปวด นางไม่อยากเห็นหน้าหยวนคังฮ่องเต้คนนั้นจริงๆอย่างไรก็ตามการแต่งตั้งเยี่ยนอวี๋ให้เป็นปราชญ์มหาสำนักก็เป็นเจตจำนงของหยวนคังฮ่องเต้เอง ตามกฎแล้วหลังจากที่นางมาถึงสำนักหมอหลวง นางจะต้องเข้าวังเพื่อแสดงความขอบคุณต่อหยวนคังฮ่องเต้ด้วยตนเองและเรื่องนี้จะรอช้าไม่ได้ เพราะข่าวการมาถึงของนาง คงจะกระจายออกไปทั่วเมืองหลวงแล้ว“กลับเถอะ แล้วเข้าวังตอนเย็น” เยี่ยนอวี๋ไม่ต้องการให้โอกาสหยวนคังฮ่องเต้มาหาเรื่องสำนักชางอู๋ ดังนั้นนางจึงตัดสินใจที่จะอดทนและไปหาเขา“ท่านไม่บอก ข้าเองก็ลืมไปแล้วว่าเจ้ายังมีตำแหน่งเป็นปราชญ์มหาสำนักหมอหลวง” อินหลิวเฟิงค่อนข้างเสียดาย แต่เขาต้องการอยู่กับบิดาของเขาสักสองสามวัน
แต่อินสวินอี้กลับไล่เขาไป “เช่นนั้นหลิวเฟิงก็จะไปกับพวกท่านด้วย ข้าจะได้ไม่ต้องรำคาญตอนเห็นเขา”“ท่านพ่อ! ท่านยังเป็นท่านพ่อของข้าอยู่หรือไม่”“คนที่รักถึงขับไล่เจ้า เป็นคนเลี้ยงเจ้ายังกลัวว่าเจ้าจะใจบอบบางอีกหรือ”อินหลิวเฟิง “…”ดูเหมือนมีเหตุผลแต่ทว่าซ่งเฉินฟางได้ขอให้ทุกคนรับอาหารพร้อมกัน “เมืองหลวงห่างจากที่นี่ไปไม่ไกลมาก ทุกท่านค่อยออกเดินทางหลังจากทานอาหารแล้วเถอะ”“อ้