“บัดซบ!” อินหลิวเฟิงผู้ไม่ทราบสถานการณ์เป็นอย่างไรคิด หากเขาไปที่สำนักศึกษาผู้อัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่เมื่อวาน อย่างน้อยก็ช่วยอะไรได้บ้าง แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงรีบตามไปดูหวังว่าตาเฒ่าคนนั้นจะอดทนได้! อย่าให้เกิดเรื่องเลยและเยี่ยนอวี๋ที่ได้ยินข่าวก็ตัดสินใจไปด้วย สำหรับอาหารเช้าของเจ้าตัวน้อยนั้น นางทำได้เพียงนำไปป้อนบนรถม้า โชคดีที่ต้าซือมิ่งได้ทำเสร็จไว้แล้ว มิเช่นนั้นคงจะไม่มีเวลาเพียงพอ“อู้!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กำลังดื่มนมอยากจะเอื้อมมือไปหยิบซาลาเปาของมารดาเยี่ยนอวี๋คว้ามืออ้วนป้อมของลูกน้อย “ไม่ได้จ๊ะ”“หนึ่ง…หนึ่ง อ้าม!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าผู้ซึ่งอ้าปากที่ต้องการบอกว่าตนมีฟัน จึงได้แสดงเขี้ยวฟันน ้านมให้กับผู้ร่วมทาง เป็นการบอกว่าเขาสามารถกัดได้แล้ว!เยี่ยนอวี๋เหลือบมองดูต้าซือมิ่งอย่างไม่รู้ตัว เห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วถึงได้ยื่นซาลาเปาให้ลูกน้อย “เช่นนั้นกัดแค่คำเดียวนะจ๊ะ”“อู้!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กัดซาลาเปาไปเกือบทั้งหมดในคำเดียว จู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่ท่านพ่อของเขาไม่อยู่ เขาสามารถกินซาลาเปาก้อนเล็กๆ ได้!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจ้าเด็กน้อยบางคนก็ร้องเสียง ‘อู้อี้’ เพื่อทักท้วง“กลืนลงไปก่อนค่อยพูด” เยี่ยนอวี๋พลางพูดพลางจิ้มหน้าอ้วนๆของลูกน้อย นุ่มจริงๆ นุ่มกว่าตอนเพิ่งเกิดเสียอีก เพราะว่าอ้วนขึ้นแล้วและเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ค่อยๆ กินซาลาเปาน้อยลงไป เขาเริ่มพูดคุยกับบิดาของเขาว่า