งยังไม่เหลือร่องรอยไว้ด้วย น่าจะใช้ท่าเท้าท่องหนีโลหิตแต่เยี่ยนอวี๋รู้ว่าต้าซือมิ่งผู้นี้ต้องมีแผนสำรองเป็นแน่ ดังนั้นนางจึงไม่เป็นกังวลที่ตามคนร้ายไม่ทัน แต่มาสำรวจเลือดนี้แทน เพียงแต่เลือดนี้…“เป็นอย่างไรบ้าง” ต้าซือมิ่งที่อุ้มลูกน้อยอยู่นั่งลงถามเยี่ยนอวี๋ใช้นิ้วมือแตะเลือดขึ้นมาเล็กน้อย “วิญญาณของคนตาย”“ไม่ใช่คนเป็นจริงๆ ด้วยอย่างนั้นหรือ” ต้าซือมิ่งหรงดึงมืออ้วนป้อมของลูกน้อยที่ยื่นออกไปกลับ “แม่ของเจ้าทำได้ แต่เจ้าทำไม่ได้ต้องไม่ทำตามไปเสียทุกอย่างนะ”
“อ้ะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจับมืออ้วนป้อม แต่กลับส่ายหน้ากลมไปมา“อ้ะเนะเนะ…”“แปลก” เยี่ยนอวี๋ใช้มือข้างหนึ่งลูบศีรษะโล้นของลูกน้อยเป็นเชิงปลอบลูกน้อยที่ดูร้อนรนเล็กน้อย อีกข้างหนึ่งกลับนำนิ้วมือที่มีเลือดอยู่เข้าปากท่าทางเช่นนี้…ทำเอาต้าซือมิ่งต้องหลับตาลงเล็กน้อย แต่เยี่ยนอวี๋กลับหันไปหาเขา “กลิ่นอายของเจ้า”“หืม?”หรงอี้ผู้มีดวงตาสีม่วงเป็นประกายจับมือของนางขึ้น พร้อมกับนำนิ้วมือที่มีเลือดติดอยู่ป้อนเข้าในปากของตนทันที!“เจ้าทำอะไร!” เยี่ยนอวี๋ที่ดึงมือของตนกลับทันทีรีบหยิบผ้าเช็ดออกมาเช็ดนิ้วมือทันที เพียงรู้สึกแปลกไปทั้งตัว!ต้าซือมิ่งที่มีสีหน้าปกติกลับกล่าวขึ้นว่า “มีกลิ่นอายของข้าจริง”“อ้ะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่จะมุดออกจากอ้อมกอดของท่านพ่อชี้ไปทางกองเลือดนั่น “อ้ะเนะเนะ…”หรงอี้ที่ม้วนลูกน้อยกลับเข้าไปในอกเหมือนเดิมจึงเข้าใจว