น
ถูกเก็บกวาดไปทั้งหมดจริงๆ ทำเอาคนของสำนักเหยาไถเซียนตกใจจนร้องไห้ไปพลางกลิ้งไปพลาง คลานออกจากสำนักชางอู๋“โฮ”คนกลุ่มนี้ทั้งกลิ้งทั้งร้องอย่างน่าอนาถ พวกเขาล้วนถูกทำให้ตกใจเสียจนไม่อาจหยัดกายให้ตรงเพื่อเดินออกไปได้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องการใช้ตบะเพื่อให้วิ่งเร็วขึ้นเลย พวกเขาหลงเหลือเพียงสัญชาตญาณในการกลิ้งล้มลุกคลุกคลานเท่านั้น“อ้ะเน้ะ?”เยี่ยนเสี่ยวเป่ามองไปทางท่านพ่อของเขาด้วยท่าทางลับๆ ล่อๆแล้วหันมองไปทางกลุ่มคนที่เรียงแถวกลิ้งออกไป พลันดีอกดีใจขึ้นมา “อ้ะเน้ะ! อ้ะเน้ะเนะ…” คนเหล่านี้โตขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักเดินเองอีก ไม่เก่งเหมือนเสี่ยวเป่า! เสี่ยวเป่ายืนได้แล้วนะ…เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่คิดเช่นนี้โผไปทางท่านพ่อของเขา “อ้ะเน้ะเนะ!”ต้าซือมิ่งที่ยกมือขึ้นประคองหัวโล้นน้อยๆ ของเจ้าก้อนน้อยเอาไว้เข้าใจเจ้าก้อนน้อยเป็นอย่างดี “อืม พวกเขาล้วนเป็นเศษสวะเสี่ยวเป่ายอดเยี่ยมที่สุดแล้ว”“อ้ะเน้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าพร้อมยิ้มตาหยี จากน ้าหนักหลัก ‘ตัน’ ของเขาในตอนนี้ เมื่อยิ้มเช่นนี้ก็ราวกับพระสังกัจจายน์น้อยๆ องค์หนึ่ง น่ารักกว่าเมื่อก่อนมาก
เยี่ยนอวี๋มองดูจนอดบีบแก้มอ้วนๆ ของเจ้าก้อนน้อยไม่ได้ “เจ้านี่นะ”“อ้ะเน้ะเนะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่จับมือท่านแม่เอาไว้ด้วยมือเดียวยังใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เพื่อขอรางวัลและคำชมเชยจากท่านแม่ของเขาเยี่ยนอวี๋ที่ถูกเจ้าก้อนน้อยหยอกล้ออดไม่ได้หอมเจ้าก้