้ายทุกอันของโยวตูไม่อาจใช้การได้เพราะถูกฟ้าผ่าในครั้งนั้นทำให้ห้วงอากาศไม่เสถียรเป็นอย่างมากดังนั้นพวกกองทหารที่เพิ่งมาถึงเมื่อเห็นอินหลิวเฟิงก็พากันตื่นเต้นจนคุกเข่าลง “นายน้อย! นายน้อยท่านกลับมาแล้ว! ท่านอ๋องท่าน…”“พ่อข้าเป็นอะไรไป” ถึงแม้อินหลิวเฟิงจะพอรู้สถานการณ์ปัจจุบันคร่าวๆ มาจากเยี่ยนอวี๋บ้างแล้ว แต่กลับไม่รู้ว่าบิดาของเขาและคนตระกูลอินถูก ‘เชิญ’ ไปยังเมืองหลวง เพราะเยี่ยนอวี๋เองก็ไม่ทราบเรื่องนี้เช่นกัน“เพื่อไม่ให้ราชวงศ์มีข้ออ้างในการเคลื่อนทัพ ท่านอ๋องจึงถูกคนของรางสำนักบังคับพาตัวไปยังเมืองหลวงตั้งแต่สามเดือนก่อนแล้วขอรับ จนบัดนี้ยังไม่กลับมาเลย” กองทหารที่ลาดตระเวนริมแม่น ้าเย่ว์หมิงล้วนเป็นทหารที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น ในใจย่อมรู้สึกหนักอึ้งเป็นธรรมดาพวกเขารู้ดีว่าที่ท่านอ๋องของพวกเขาไปยังเมืองหลวงในครั้งนี้ก็เพื่อแลกโอกาสให้กับโยวตู ไม่เช่นนั้นกองทัพโยวตูที่เพิ่งประสบกับอุทกภัยคงไม่อาจต้านทานกำลังของทัพใหญ่ราชสำนักได้ท่านอ๋องทำสำเร็จแล้ว แต่ว่า…“นายน้อย ท่านต้องไปช่วยท่านอ๋องนะขอรับ” ในดวงตาของกองทหารที่พากันคุกเข่าลงคลอคลองไปด้วยน ้าตา ในตอนนั้นพวกเขา
ทรมานใจมากจริงๆ พวกเขาอยากก่อกบฏมากเพียงไหนแต่ก็ไม่อาจทำได้อินหลิวเฟิงที่ได้ยินข่าวนี้ก็ประคองให้เหล่าทหารลุกขึ้น ถึงแม้จะคาดการณ์เอาไว้แล้วแต่กลับให้สัญญาอย่างจริงจัง “พวกเจ้าวางใจได้ ข้าจะต้องพาท่านพ่อกลับมาให้ได้”“