ยวข้องกับเขาและเขาก็ไม่สนใจด้วยชั่วขณะนั้นเยี่ยนจื่อเสารู้สึกว่า ‘น้องเขยตัวอย่าง‘ คนนี้ความจริงแล้วช่างบริสุทธิ์สูงส่ง แตกต่างกับเจ้าคนเหลาะแหละ ไร้ยางอายแสนอบอุ่นที่เขารู้จักราวกับเป็นคนละคนต้าซือมิ่งที่ถูกจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งช้อนสายตาขึ้นมา “พี่ภรรยา?”“แค่ก!” เยี่ยนจื่อเสาที่สีหน้าแข็งทื่อเล็กน้อยเอ่ยว่า “เจ้าเรียกข้าว่าพี่รองดีกว่า” ถึงแม้จะเรียกว่าพี่ภรรยาหรือว่าพี่รองก็เหมือนจะไม่ได้แตกต่างอะไรขนาดนั้นก็ตามแต่คำว่าพี่ภรรยานั้นเป็นคำที่น้องเขยที่ผ่านพิธีแต่งงานแล้วเท่านั้นจึงจะเรียกได้ แต่คำว่าพี่รองนั้นไม่เหมือนกันยังพอกลบเกลื่อนไปได้ แค่ก…ไม่ทันรู้ตัวเยี่ยนจื่อเสาก็ไม่ต่อต้านเรื่องการแต่งงานของต้าซือมิ่งบางคนแล้ว อย่างไรก็ยังไม่เป็นทางการ ดังนั้นต้าซือมิ่งบางคนจึงยอมตามน ้าไป “พี่รอง”“…” เยี่ยนจื่อเสายังคงรู้สึกว่าไม่ค่อยถูกต้องนัก แต่เมื่อเทียบกับคำว่าพี่ภรรยาก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้วและต้าซือมิ่งที่เรียกอย่างคล่องปากนั้นยังถามต่ออีกว่า “พี่รองอยากรับสักชามไหม”
“อ้ะเน้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ารีบอ้าปากกว้างกินโจ๊กของตนจนหมดทันที ทั้งยังมองท่านลุงรองอย่างหวาดระแวง ถึงแม้จะถูกสอนว่าอย่าหวงของกินต้องหัดแบ่งปัน แต่เสี่ยวเป่าที่แสนสัตย์ซื่อก็ยังคงอดไม่ได้…เจ้าหนูน้อยกระโดดออกมาแล้ว “จี๊ด!” ข้า! ข้าขอชามนึง!“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าเกือบจะอัดเจ้าหนูน้อยแล้วแต่ต้าซือมิ่งบางคนได้เอาโจ๊กในหม้อ