่นำสี่คนในนั้นมุ่งหน้าไปยังเมืองโยวตู ส่วนคนที่เหลือถูกสั่งให้อยู่ที่เมืองลั่วสุ่ย ซึ่งนั่นก็เป็นพื้นที่ของเมืองโยวตูเช่นกัน“เหอซง ถ่ายทอดคำสั่งลงไปให้ลิ่นจ่างเอินให้เขาลงมือได้หลังจากนี้หนึ่งวัน” หยวนคังฮ่องเต้ที่ทราบว่าเฉาหมิงเฉิงถึงลั่วสุ่ยอย่างราบรื่นแล้วนั้นได้ถ่ายทอดคำสั่งให้กับลิ่นจ่างเอิน…เซ่าซือมิ่งแห่งตำหนักซือมิ่งอีกครั้งขณะเดียวกับที่เหอซงผู้ดูแลราชสำนักรับคำสั่งนั้น ยังได้กล่าวยินดีล่วงหน้าด้วยว่า “ยินดีกับฝ่าบาทด้วยพ่ะย่ะค่ะ หลังจากนี้หนึ่งวันเมืองโยวตูก็จะไร้อำนาจยับยั้งราชวงศ์อีกต่อไป ฝ่าบาทจะทรงครองอำนาจนี้ไปอีกหลายรัชสมัย”
หยวนคังฮ่องเต้ได้ยินดังนั้น สีพระพักตร์ก็ไม่ได้ดูเข้มงวดเช่นเดิมอีก แสดงท่าทางอย่างผู้กำชัยชนะพร้อมเอ่ย “ไปเถิด กำจัดเมืองโยวตูสำเร็จแล้วข้าจะใช้กำลังที่เหลือทั้งหมดมากำจัดหรงอี้!” สองคำหลังนี้เห็นได้ชัดว่ามีกลิ่นอายสังหารเจือปนอยู่!ทำเอาเหอซงผู้ฝึกฌานธรรมดาตกใจจนเหงื่อตก “พ่ะย่ะค่ะ!กระหม่อมขอทูลลา”“อืม”หยวนคังฮ่องเต้ได้หยิบภาพม้วนตรงหน้าออกมา แล้วกางภาพเยี่ยนอวี๋ที่เฉาหมิงเฉิงวาดออกอีกครั้งพลางชื่นชมคนงามไร้ที่ติบนภาพอย่างตั้งใจก่อนที่เหอซงจะออกจากตำหนักหันกวังนั้นก็ได้เห็นฉากนี้เข้าเขาถอนหายใจ “หลังจากที่คุณหนูใหญ่เยี่ยนผู้นี้เข้าเมืองหลวงจะต้องกลายเป็นคนที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานอย่างแน่นอน”เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว เหอซงก็คิดว่าควรจะไปหาพระมาตุลาในอนาคต