ักหน้าครั้นจวินอั้นหยวนจะถามรายละเอียดเพื่อเก็บข้อมูลไว้ ทว่ากู้หยวนซูที่ถูก “เมินเฉย” มาครู่หนึ่ง กลับพูดแทรกขึ้นอย่างไม่ยอมอยู่เฉย นางยังพูดด้วยน ้าเสียงไม่เกรงใจว่า “พวกเจ้าปรึกษากันนานเช่นนี้แล้ว มีแผนรับมือหรือยัง ควรบอกข้าได้แล้วหรือไม่”เนื่องจากการสนทนาของพวกเขาปิดกั้นคนข้างนอกไว้ และด้วยความระวังตัวของปีศาจระกาเก้าเศียร กู้หยวนซูย่อมไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น นางจึงเริ่มอยู่นิ่งไม่ไหวแล้วทว่าเยี่ยนอวี๋กลับมิได้ตอบนาง จวินอั้นหยวนและคนอื่นๆ ก็ไม่ปริปากบอกนาง บรรยากาศพลันอึดอัด โดยเฉพาะกู้หยวนซูที่อึดอัด ไม่มีผู้ใดสนใจนางเลย“เจ้า…” กู้หยวนซูที่ทำตนเองอับอายสีหน้าพลันเปลี่ยน นางทำได้เพียงมองอินหลิวเฟิง “คนขี้ขลาด” คนนั้นและถามว่า “ข้าถามเจ้าน่ะ อินหลิวเฟิง”“ขออภัย ข้าไม่รู้จักท่าน” อินหลิวเฟิงกางพัดและสะบัดพัดอย่างสง่าพลางคิดทอดถอนใจว่าในอดีตเขาเคยคิดว่าเซ่าซือมิ่งกู้ท่านนี้ก็งดงามดี เหตุใดบัดนี้จึงคิดว่าตนเองในอดีตตาบอดไปนะ
“เจ้า…”“เซ่าซือกู้เงียบเถิด เจ้าเพียงแค่ปฏิบัติตามคำสั่งในภารกิจครั้งนี้หวังว่าเจ้าจะสำรวมกิริยา” จวินอั้นหยวนไม่อยากสร้างปัญหาอื่นใดจึงกล่าวเกลี้ยกล่อมนางอันที่จริงกู้หยวนซูรู้ดีแก่ใจนัก เพียงแค่นางไม่พอใจที่คนกลุ่มนี้คอยติดตามเยี่ยนอวี๋ สำหรับนางแล้วภารกิจครั้งนี้นางเป็นผู้รับบัญชาขององค์จักรพรรดิ นางควรเป็นผู้บัญชาผู้อื่นทว่าบัดนี้…กู้หยวนซูสูดหายใจเข้าลึกหล