้องการจำนวนคนเท่าไรอย่าได้เกรงใจ”“รอบนอกราวสามพันนาย ต้องมีวิชาขั้นปฐมภูมิ และต้องการกองกำลังชั้นยอดร้อยนาย อย่างน้อยต้องมีวิชาขั้นสุวรรณชาด เพื่อลงไปใต้น ้าพร้อมข้า” เยี่ยนอวี๋กล่าวจัดแจงอย่างมีแผนการ
“ได้ ข้าไปจัดการเดี๋ยวนี้” อินสวินอี้มีคนในใจอยู่แล้ว เขาจึงเรียกผู้พิทักษ์อาวุโสท่านหนึ่งมา สั่งให้เขาไปหาจวินอั้นหยวนรวบรวมคนให้ได้ก่อนเวลาเที่ยง“ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนมีคำสั่งอื่นอีกหรือไม่”“ตอนนี้ยังไม่มี ท่านอ๋องกลับจวนไปพักผ่อนก่อนเถิด พรุ่งนี้ต้องเจอศึกหนัก”อินสวินอี้เห็นด้วย เขาจึงอำลา เขายังไปทักทายต้าซือมิ่งก่อนกลับ เพราะเมื่อครู่เขาจากไปด้วยธุระเร่งด่วน ยังไม่ทันได้ ‘ทักทาย’เลย“กูไหน่ไน ข้าขอปรึกษา…” หลังจากที่ท่านพ่อจากไปแล้ว อินหลิวเฟิงก็ปรึกษากับเยี่ยนอวี๋อย่างลับๆ จากนั้นจึงพาเอ้อร์เหมาจากไปหลังจากที่ทุกคนจากไปอีกครั้ง เยี่ยนจื่อเสา เม่ยเอ๋อร์ก็กลับไปพักผ่อนแล้ว เยี่ยนอวี๋กลับนอนไม่หลับ เพราะปกตินางนอนกับเด็กน้อย แต่วันนี้เด็กน้อยไม่อยู่ นางจึงรู้สึกไม่ชิน เยี่ยนอวี๋พลิกตัวไปมาก่อนจะส่งกระแสจิตสัมผัสไปที่ลูกของนาง นางได้ยินเสียงกรนเบาๆของเด็กน้อยราวกับเสียงแมวอย่างแจ่มชัด เพียงแต่ว่า… ในเสียงลมหายใจของเด็กน้อยยังมีเสียงลมหายใจสม ่าเสมอและทอดยาวอีกเสียงหนึ่ง ซึ่งก็คือเสียงของต้าซือมิ่ง
“…” เยี่ยนอวี๋เริ่มรู้สึกหงุดหงิด นางลุกพรวดไปหาต้าซือมิ่ง เขามีสิทธิอะไรมากอดเด็กน้อยแ