นางไม่คิดว่าคนเช่นต้าซือมิ่งจะยังถูกผู้อื่นตามฆ่าได้ด้วย เท่าที่นางเห็นคนราชสำนักเหล่านั้นก็ให้ความเคารพเขาดี“ภายนอกไม่เห็น แต่กระทำการลับหลัง” ต้าซือมิ่งที่ลอบถอนหายใจรู้สึกขอบคุณจักรพรรดิหยวนคังมากนัก “แต่ข้าหายดีแล้ว เจ้ามิต้องเป็นห่วง”
“ใครเป็นห่วง?” เยี่ยนอวี๋ถามกลับอย่างเย็นชา นางเห็นต้าซือมิ่งใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวลงไปในซุปหัวปลา?ต้าซือมิ่งที่รู้ว่าปฐมราชินีเยี่ยนกำลังมองมา เขาก็เปลี่ยนเรื่องคุยอย่างสุขใจ “เรากินคนละถ้วย กินเสร็จแล้วเจ้าไปฝึกบำเพ็ญ ส่วนข้าดูลูกเอง”“ข้า…” เยี่ยนอวี๋อยากจะบอกว่านางไม่หิวทว่าต้าซือมิ่งตักก๋วยเตี๋ยวและยื่นให้นางแล้ว “พืชตะไคร่น ้าของเจ้าต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อย ปลาตัวนี้เป็นปลาที่เสี่ยวเป่าจับได้ ถือเสียว่าเขาแสดงความกตัญญูต่อท่านแม่”“…อืม” เยี่ยนอวี๋จึงเริ่มทานต้าซือมิ่งอุ้มเด็กน้อยมาอย่างรู้หน้าที่และทานก๋วยเตี๋ยวเป็นเพื่อน‘ภรรยา’ทั้งสองไม่มีใครพูดสิ่งใด หลังจากที่เยี่ยนอวี๋ทานหมดแล้ว นางก็ลุกขึ้นยืนอย่างเขินอายเล็กน้อย “ข้าขอตัวไปปรับลมปราณ”นางเดินจากไปโดยไม่รอต้าซือมิ่งขานตอบเนื่องจากว่า… ก๋วยเตี๋ยวที่ต้าซือมิ่งตักให้มีปริมาณเยอะเท่า‘กะละมัง’ เดิมทีเยี่ยนอวี๋แค่จะลองชิมคำสองคำเท่านั้น ถึงอย่างไรกลิ่นหอมของมันน่าเอร็ดอร่อยนัก แต่แล้ว… นางทานไปจนหมด ถึงกับ
อยากทานอีกถ้วยเหมือนเด็กน้อย… เยี่ยนอวี๋คิดว่าต้องถูกเด็กน้อยแพร่เชื้อแน่ๆ นางจึงต้องการอยู่คน