เดียวชั่วครู่เมื่อต้าซือมิ่งตุ๋น ‘ซุปยา’ พืชตะไคร่น ้าตุ๋นเสร็จ มันส่งกลิ่นหอมสดชื่นไปทั่ว เขาก็ยกมาให้เยี่ยนอวี๋ด้วยท่าทางสง่างาม เยี่ยนอวี๋อดถามขึ้นไม่ได้ว่า “เจ้าทำอาหารเก่งหรือ”“เจ้าได้ชิมแล้วมิใช่หรือ” ต้าซือมิ่งกล่าวด้วยน ้าเสียงแฝงรอยยิ้มเขากระตุกคิ้วเล็กน้อย มองปฐมราชินีเยี่ยนที่นั่งขัดสมาธิตัวตรงอยู่ข้างหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆปฐมราชินีเยี่ยน “…”นางรับพืชตะไคร่น ้ามามิได้พูดอะไรและนางก็ดื่มลงไปรวดเดียวจนหมด จากนั้นนางก็หลับตาลงเพื่อฝึกบำเพ็ญต่อราวกับไม่อยากคุยกับเขาต่อทว่านางมิอาจปฏิเสธได้ว่าพืชตะไคร่น ้าที่ยากต่อการกลืนลงไปนั้น เขาสามารถตุ๋นออกมาให้มีรสชาติที่สดใหม่ได้ ไม่สิ! ไม่เพียงเท่านี้ สิ่งที่ทำให้เยี่ยนอวี๋ตะลึงคือ เขายังสกัดพืชตะไคร่น ้าด้วย!เยี่ยนอวี๋รู้สึกเหลือเชื่อนัก!ถึงอย่างไรในฐานะที่พืชตะไคร่น ้าเป็นสมบัติของตำหนักไท่ชางความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมันนั้นมีความดั้งเดิมมาก กระทั่งรุนแรงมากเช่นกัน ดังนั้นอันที่จริงพืชตะไคร่น ้าจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดก็
ต่อเมื่ออยู่ในมือของเยี่ยนอวี๋เท่านั้น หากคนทั่วไปทานไปอย่างไม่ระมัดระวังก็มีแต่ตายเท่านั้นทว่าต้าซือมิ่งไม่เพียงสามารถ ‘เปลี่ยนแปลง’ รสชาติของพืชตะไคร่น ้าได้ เขายังสกัดความศักดิ์สิทธิ์ของพืชตะไคร่น ้าและยกระดับมันขึ้นมาได้ นี่มัน… เป็นสิ่งที่เยี่ยนอวี๋คาดคิดไม่ถึงจริงๆความสามารถเช่นนี้…ถึงแม้เยี่ยนอวี๋คิดว่าตนเองสามารถทำ