นเช่นนี้เถอะอินสวินอี้จุดเทียนขาวยืนสงบนิ่งในใจให้บุตรชายของตนจากนั้นก็มองไปที่ต้าซือมิ่งราชสำนักอย่างจริงจัง จู่ๆ ก็รู้สึกอยากดูละครขึ้นมา ถึงเขาจะย ่าแย่เพียงใดก็คงไม่ย ่าแย่เท่าหลิวเฟิงลูกชายผู้น่าสงสารคนนั้นหรอกและเมื่อต้าซือมิ่งราชสำนักที่หันศีรษะกลับมาแล้วเห็นสายตา‘นึกสนุก’ เช่นนี้ของอินสวินอี้ ก็พลันประหลาดใจ ทว่าอินสวินอี้ยังถามขึ้นอย่างไม่กลัวตายว่า “เช่นนั้นข้าไปเปิดประตูนะขอรับ”ในขณะเดียวกัน เยี่ยนอวี๋ที่อยู่นอกห้องก็หมดความอดทน “ข้าเข้าไปแล้วนะ”
“มาแล้ว!” อินสวินอี้ขานตอบทันที และทึกทักไปเองว่าต้าซือมิ่งไม่กล่าวอะไรเท่ากับอนุญาตแล้ว เขาจึงสาวเท้าไปทางประตูบานนั้นเพื่อเปิดมันออกต้าซือมิ่งมองไปทางนั้นทันที เขาเองก็…“คุณหนูใหญ่!”“กูไหน่ไน!”“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์!”เสียงที่จู่ๆ ดังขึ้นพร้อมกันขัดจังหวะและโอกาสอันดีงามนี้ทันทีเอ้อร์เหมาก็ตะโกนด้วยเจตนา ‘ช่วยเจ้านาย’ ว่า “คุณชายเสี่ยวเป่าหายไปแล้ว!”ฟิ้ว!เยี่ยนอวี๋หายตัวไปทันทีวิ้งอินสวินอี้ที่เปิดประตูก็เห็นเพียงสายสีรุ้งวาบหายไป“…”ต้าซือมิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง…
ในตอนที่ต้าซือมิ่งชะงักไปในคราแรกนั้น ดวงตาของสิ่งมีชีวิตตัวน้อยก็เป็นประกาย เขามองไปทางห้องพักขนาดใหญ่แล้ว“อ้ะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่แต่เดิมยังคงมึนงงอยู่นั้นก็สัมผัสกลิ่นอายของท่านพ่อรูปงามของเขาได้แล้ว จากนั้นเขาก็เตรียมตัวกลิ้งไปหาท่านพ่อรูปงามของเขาอย่างไม่ลังเลเพียง