งพันเท่าต่างหาก! เจ้านั่นมันก็แค่สุนัขตัวหนึ่งเท่านั้นแม้แต่ผู้อาวุโสรองที่ก่อนหน้านี้ยังโน้มน้าวให้เยี่ยนชิงยอมรับคำสู่ขอของกู้หยวนเหิงก็รู้สึกละอายใจนัก หากไม่มีการเปรียบเทียบก็คงไม่รู้สึกเจ็บปวด…
ในขณะที่เหล่าชั้นผู้ใหญ่ชางอู๋ในตำหนักกำลังรู้สึกปลงอนิจจังอยู่นั้นเสียงไพเราะดุจเสียงเพลงบรรเลงของเยี่ยนอวี๋ก็ดังขึ้น “ข้าจะออกเดินทางจากสำนักในอีกห้าวัน ในช่วงห้าวันนี้หากท่านใดมีคำถามเกี่ยวกับการฝึกฌานก็สามารถมาถามข้าได้ ข้าคิดว่าข้าน่าจะให้คำแนะนำได้ไม่มากก็น้อย”เมื่อคำพูดเช่นนี้ออกจากปากของคนอายุน้อยเช่นเยี่ยนอวี๋ก็ทำให้เหล่าชั้นผู้ใหญ่สำนักชางอู๋รู้สึกแปลกพิกล ทว่าความสามารถของนางก็เพียงพอที่จะทำให้นางพูดเช่นนี้ได้ เหล่าชั้นผู้ใหญ่ชางอู๋ต่างไม่คิดว่านางโอหังเกินไปจึงกล่าวขอบคุณจากใจ ทว่าพวกเขาในตอนนี้ไม่รู้เลยว่าการได้รับคำชี้แนะจากเยี่ยนอวี๋ถือเป็นเรื่องมีเกียรติมากเพียงใดครั้นเมื่อหลายๆ คนขอเข้าพบพร้อมปัญหาของพวกเขาก็พบว่าคุณหนูใหญ่อายุน้อยเช่นนี้กลับมีประสบการณ์ฝึกฌานช ่าชองนัก!“ไม่คิดเลย! ไม่คิดเลยจริงๆ!” ประมุขหอสัตว์บรรพกาลที่เห็นแจ้งเป็นคนแรกนั้น เขารู้สึกเสียใจจริงๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาไม่มาถามตั้งแต่แรก!จนตอนนี้ผ่านไปสองวันแล้ว เหลือเวลาอีกเพียงสามวัน คุณหนูใหญ่ก็ต้องไปแล้ว!เวลาที่เหลืออีกสามวัน ประมุขหอสัตว์บรรพกาลจึงไปหาเยี่ยนอวี๋ในเรือนแทบทุกวัน ถึงแม้จะมีสิ่งที่ฟังไม่รู้