เรื่องมากมาย แต่เขาก็ต้องฟังและยังนำสมุดมาจดลงไปด้วย ไว้วันหลังค่อยๆ ทำความเข้าใจเอา
เมื่อเห็นประมุขหอสัตว์บรรพกาลเป็นเช่นนี้ เหล่าประมุขหอและผู้อาวุโสไม่น้อยก็เริ่มกระตือรือร้นขึ้นมา พวกเขาต่างพูดปากต่อปากอย่างรู้สึกเสียดาย “รู้เช่นนี้มาหาคุณหนูใหญ่แต่แรกก็ดี พวกเจ้ารีบไปสิ!”ทว่าไม่ว่าเหล่าชั้นผู้ใหญ่ชางอู๋จะรู้สึกเสียดายอย่างไร เยี่ยนอวี๋ยังคงต้องจากไปและคนที่อาลัยอาวรณ์มากที่สุดย่อมคือเยี่ยนชิง ในเมื่อเยี่ยนจื่อเสาไปกับเยี่ยนอวี๋ได้ แต่เขาไปด้วยไม่ได้“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ หรือว่าพ่อไม่เป็นเจ้าสำนักแล้วดี ไปกับเจ้าดีหรือไม่”เมื่อเยี่ยนชิงคิดว่าต่อจากนี้คงไม่ได้เจอบุตรสาวและหลานชายน้อยอีกนาน เขาก็รู้สึกเศร้านัก“ใช่ว่าจะไม่ได้” เยี่ยนอวี๋เองก็กลัวว่าเมื่อตนจากไป บิดาเจ้าน ้าตาคนนี้จะร้องไห้อีก นางจึงครุ่นคิดอย่างจริงจังครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า“เช่นนั้นให้ประมุขหอสัตว์บรรพกาลเป็นเจ้าสำนัก?”“ช่างเถอะ นิสัยสุนัขอย่างเขาเหมาะกับคลุกคลีกับอสูรเท่านั้น ข้าเป็นเจ้าสำนักต่อไปดีกว่า รอพี่ใหญ่ของเจ้าเล่าเรียนสำเร็จกลับมา ข้าค่อยยกตำแหน่งเจ้าสำนักให้เขา” เยี่ยนชิงกล่าวแม้ไม่อยากเป็นเจ้าสำนักเท่าไรนัก แต่เยี่ยนชิงอยากเป็นแผ่นหลังที่แข็งแกร่งให้บุตรสาวสุดที่รัก ถึงแม้พระราชโองการแต่งตั้งของราชสำนักจะเขียนโดยองค์จักรพรรดิเอง แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อบุตรสาวสุดที่รักของตนขององค์จักรพรรดิ แต่เยี่ย