นอวี๋เข้าใจดีว่า หากไม่มีกองหนุนที่เข้มแข็ง บุตรสาวผู้โดดเดี่ยวที่
ต้องเข้ารับราชการในราชสำนักก็ทำได้เพียงคอยพึ่งอำนาจสูงสุดที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว หากวันใดสำนักคุนอู๋เป็นประโยชน์ต่อราชสำนักมากกว่านักปรุงยาในตำนานท่านหนึ่งแล้ว เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ของเขาก็คงต้องตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เยี่ยนชิงจึงพูดอย่างหนักแน่นว่า “พ่อจะทิ้งสำนักไว้ให้เจ้า ยาเม็ด ยันต์ และศิษย์เชลยที่เจ้าให้ไว้ หากฝากคนอื่นพ่อวางใจไม่ลง แล้วก็พ่อจะทำตามที่เจ้าบอก พ่อจะสร้างกองกำลังชั้นยอดที่แข็งแกร่งให้ได้ อย่างไรก็ตาม ในวันพิธีแต่งตั้งเจ็ดสำนัก สำนักชางอู๋จะไม่ทำให้เจ้าต้องขายหน้าแน่นอน!”“ไม่…” เยี่ยนอวี๋อยากจะพูดว่านางไม่เป็นไร ขอเพียงท่านดูแลตัวเองดีๆ ก็พอแล้วทว่าเยี่ยนชิงกลับพูดต่อไปว่า “เจ้าไปโยวตูแล้ว หากคิดว่าเหมาะสมก็กำหนดงานแต่งเลยดีหรือไม่”“หืม?” เยี่ยนอวี๋ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเยี่ยนชิงกลับพูดขึ้นว่า “ข้าเห็นเจ้าสุนัขตัวดีไม่ยอมถอดใจเสียทีส่วนอินหลิวเฟิง ถึงแม้เขาจะปากหวานพูดจาหว่านล้อมไปทั่ว แต่เขาก็เป็นคนที่เชื่อถือได้ หากเจ้าชอบพอ พ่อจะจัดการให้ดีหรือไม่”“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ” เยี่ยนอวี๋รู้สึกอึดอัดใจ นางอุ้มเด็กน้อยลุกขึ้นแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ข้ารู้ตัวดี จำไว้ว่าเมื่อข้าไปแล้วท่านห้ามร้องไห้ดูแลตนเองดีๆ หากมีเรื่องอะไรก็บดยันต์พิเศษที่ข้าเตรียมไว้ใ