ยสำนักคุนอู๋ของข้าจะตายเสียเปล่าไม่ได้เด็ดขาด!”สู่เจิ้งแห่งสำนักหมอหลวงได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วก่อนจะถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “ท่านประมุขสำนักสูงสุดหยาง ท่านหมายความว่า สำนักคุนอู๋ของพวกท่านเคลื่อนทัพมาสำนักชางอู๋โดยพลการงั้นหรือ”“ข้า…” หยางเทียนชื่อหน้าดำหน้าแดง เขาเข้าใจความหมายโดยนัยของคำถามนี้ดี เกรงว่าสำนักคุนอู๋จะถูกลงโทษฐานเคลื่อนกำลังพลโดยมิได้รับอนุญาตพูดจากใจจริง หยางเทียนชื่อมิกังวลข้อกล่าวหาดังกล่าว เพราะสำนักชางอู๋มีเครือข่ายในราชสำนักมากมาย ไม่ใช่ว่าคนอื่นพูดว่าอย่างไร พวกเขาก็ต้องยอมรับตามสภาพเช่นนั้นประหนึ่งเป็นสำนักอ่อนแอทว่าสู่เจิ้งแห่งสำนักหมอหลวงกลับพูดอย่างมีเลศนัยว่า “ท่านประมุขสำนักสูงสุดหยาง ท่านจงไตร่ตรองให้ดีก่อนจะตอบข้า องค์จักรพรรดิมิได้อนุญาตให้สำนักคุนอู๋เคลื่อนย้ายกำลังตั้งแต่แรกซ ้าร้ายราชสำนักก็มิได้รับรายงานเรื่องที่สำนักคุนอู๋ของท่านเคลื่อนย้ายกำลังพลตั้งแต่ต้น หรือว่าสำนักคุนอู๋ของท่านหลอกลวงเบื้องบน ปิดบังและระรานเบื้องล่างได้ถึงเพียงนี้แล้ว ท่านสามารถ
เคลื่อนกำลังพลสามหมื่นนายโดยพลการภายใต้สายพระเนตรขององค์จักรพรรดิ โดยที่องค์จักรพรรดิไม่ทราบเรื่องเลยหรือ?”เมื่อสิ้นเสียงพูด… เฉินคั่วก็รีบตอบว่า “ใต้เท้าสู่เจิ้งกล่าวเกินไปแล้ว ไม่มีเรื่องเช่นนี้ คนที่มาของสำนักคุนอู๋เป็นเพียงศิษย์อายุน้อยด้อยประสบการณ์ พวกเขาเพียงแค่ต้องการประลองแลกเปลี่ยนฝีมือเ