งในทันที ทำเอาปู่เย่าเหลียนที่กระเด็นลอยไปกลางอากาศ ยังไม่ทันร่วงลงบนพื้นก็กระอักเลือดออกมา“บัดซบ! บัดซบจริงๆ…” ปู่เย่าเหลียนร้องอย่างเจ็บปวด เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าสำนักชางอู๋ไม่เพียงมีคนที่สามารถแย่งศาสตราเวทในตำนานของเขาไปได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ และยังลบตราประทับพลังจิตใจของเขาทิ้งเสียด้วย!จากนี้เป็นต้นไป ปู่เย่าเหลียนไม่สามารถสื่อจิตสัมผัสถ้วยจ่านเพลิงสีม่วงได้อีกแล้ว เขาสูญเสียการควบคุมถ้วยจ่านเพลิงสีม่วงอย่างสิ้นเชิง และทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเวลาหนึ่งจิบชาเท่านั้น
“เป็นไปได้อย่างไร…” หยางเทียนชื่อไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว ด้วยความรู้ของเขาและวั่วปู้เหลย พวกเขาย่อมรู้ถึงสาเหตุที่ปู่เย่าเหลียนกระอักเลือดทว่าการลบตราพลังจิตใจบนถ้วยจ่านเพลิงสีม่วงที่ปู่เย่าเหลียนประทับไว้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้ที่มีพลังจิตระดับขั้นถอดจิต! โอ้ ไม่…ไม่!หยางเทียนชื่อคุยกับตนเอง ถึงแม้เขาเป็นผู้แข็งแกร่งระดับสูงของขั้นถอดจิต แต่เขาก็มิสามารถลบตราพลังจิตใจบนถ้วยจ่านเพลิงสีม่วงที่ปู่เย่าเหลียนประทับไว้ได้ภายในเวลารวดเร็วเช่นนี้ อย่างน้อยเขาต้องใช้เวลาหนึ่งถ้วยชาจึงทำได้! ทว่าคนชางอู๋ที่ชิงถ้วยจ่านเพลิงสีม่วงไปได้นั้น เขา เขา…“คงยืมมือปรมาจารย์วิญญาณ!” หลังจากที่หยางเทียนชื่อประคองปู่เย่าเหลียนที่เสียสติขึ้นมาแล้ว ก็พูดอย่างมั่นใจว่า “สำนักชางอู๋ไม่มีคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้! แต่อย่าดูถูกปรมาจารย์วิญญาณสำนักชางอ