ู๋”“แค่ก…” ปู่เย่าเหลียนอยากจะร้องไห้วั่วปู้เหลยตบไหล่สหายของเขาเบาๆ ก่อนจะพูดปลอบว่า “คิดในแง่ดี อย่างน้อยเจ้ายังมีโอกาสแย่งกลับมา แต่ค้อนอัศนีของข้าไม่มีทางกลับมาได้แล้ว”
“สำนักย่อมชดเชยให้เจ้า” หยางเทียนชื่อให้สัญญาทันที “เหล่าวั่ว โชคดีที่ครานี้เจ้าตัดสินใจเด็ดขาดทันกาล มิเช่นนั้นผลที่ตามมาคงแย่จนมิอาจคาดคิดได้”“ท่านประมุขสูงสุดพูดเกินไปแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี” วั่วปู้เหลยต้องการบอกว่า พวกเขาสูญเสียหนักหนาเช่นนี้แล้วยังมิสามารถเอาชนะสำนักชางอู๋ได้ ควรถอนกำลังหรือไม่เรื่องถึงบัดนี้แล้ว หยางเทียนชื่อก็ไม่กล้าทำให้เรื่องบานปลายไปอีก เขาเอ่ย “ยามนี้ทำได้เพียงรอกองทัพของราชสำนักแล้ว”“เช่นนั้นพวกเราถอนทัพก่อนดีหรือไม่” วั่วปู้เหลยกำลังครุ่นคิดหากกองทัพราชสำนักเห็นสภาพทุลักทุเลเช่นนี้ของพวกเรา เกรงว่าพวกเขาอาจจะไม่กล้าสู้“เอาเช่นนี้ พวกเจ้าถอนทัพไปก่อน ส่วนข้าจะไปหากองกำลังราชสำนัก ให้พวกเขาส่งทหารแปดหมื่นหรือแสนนายมาเพิ่ม ข้าไม่เชื่อว่าพวกเราจะเอาชนะเมืองชางอู๋ไม่ได้!” หยางเทียนชื่อมิอาจกล ้ากลืนความโมโหนี้ลงไปได้จริงๆ“หรือให้สำนักจวินจื่อส่งกองหนุนมาด้วย” ปู่เย่าเหลียนที่ตั้งสติขึ้นได้ก็เสนอขึ้น “ตอนนี้สำนักชางอู๋ถือได้ว่าเป็นสำนักกบฏ พวกเขาไม่อยู่ในโอวาทและตั้งใจก่อกบฏอย่างชัดเจน”
“มีเหตุผล!” วั่วปู้เหลยเห็นด้วยกับเขา “พวกเราเพียงแค่กล่าวถึงหงส์เพลิงที่ปรมาจารย์วิ