ังสีอสุรีอันโหดเหี้ยม ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้นาง…“อ้ะเนะเนะ” ส่วนเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ไม่รู้ตัวว่าตนหายสาบสูญ ทำให้ผู้คนเท่าไรตระหนกตกใจนั้นก็ส่งเสียงร้องเรียกพ่อคนงามของเขาไม่หยุดต้าซือมิ่งราชสำนักที่ถูกเขาจับเองก็ไม่ได้ขยับตัว มือข้างหนึ่งของเขายังรับเจ้าก้อนน้อยที่จู่ๆ กระโดดเข้าหาเขาคนนี้ไว้“อ้ะ! เย้…เนะเนะ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่พูดไม่เป็นจึงพยายามแสดงออกอย่างแรงกล้า ตั้งแต่ที่เขากระโดดเข้าใส่บิดาของเขา ปาก
น้อยๆ ก็ขยับหมุบหมิบไม่หยุด ใบหน้าน้อยๆ ของเขาก็กลายเป็นสีชมพูระเรื่อเนื่องจากความสุขที่พลุ่งพล่านท่าทางคลั่งไคล้เช่นนี้ของเด็กน้อย สำหรับต้าซือมิ่งราชสำนักที่พบเจอเหตุการณ์น้อยใหญ่มามากมายแล้วถือว่าเป็นสิ่งที่รับมือยากเขาทำได้เพียงเกร็งร่างสูงใหญ่ของตน มองก้อนน้อยมอมแมมก้อนนี้…ผ่านไปครู่หนึ่ง เยี่ยนเสี่ยวเป่าก็หยุดส่งเสียง จากนั้นก็เปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว เขามุดเข้าไปในซอกคอจากแผ่นอกของพ่อคนงามจากนั้นก็กอดคอเรียวยาวนั้นไว้ “อ้ะเนะเนะ!” จับได้แล้ว“เจ้า…” ต้าซือมิ่งราชสำนักที่ถูกกอดยังคงขัดขืน เพราะว่าก้อนน้อยก้อนนี้ยังคงสกปรกมอมแมมตามที่เขาคาดแต่เมื่อเจ้าก้อนมอมแมมก้อนนี้ซุกเข้ามาที่ซอกคอของเขาก็ทำให้เขารู้สึกยากที่จะขัดขืน ทำให้หัวใจเขาหวั่นไหว ทำให้เขามิสามารถปัดเจ้าก้อนน้อยออกไปได้“ฮ่า” เยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่รู้ว่าบิดาผู้ให้กำเนิดของตนรังเกียจตนเพียงนี้ เขายิ้มกว้างอย่างมีความสุข