วเป่าผู้ไม่พอใจที่ถูกเมิน ร้องขึ้นอย่างไม่พอใจ ทั้งยังเอามือข้างหนึ่งลูบปิดดวงตาของท่านแม่คนงามของเขา ไม่ยอมให้ท่านแม่คนงามมองสิ่งอื่นเยี่ยนอวี๋รีบจับอุ้งมือเล็กๆ อันนุ่มนิ่มของลูก แล้วจูบศีรษะโล้นเล็กๆ ของเขาอีกครั้ง จากนั้นก็ถามด้วยน ้าเสียงนุ่มนวลว่า “เสี่ยวเป่าไม่ชอบกระบี่ของแม่หรือ”“อ๊ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าส่ายศีรษะทันที “อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเนะ…”ตอนนี้อย่าเพิ่งมองมันเลย มองท่านพ่อรูปงามดีกว่า! เขามาแล้ว!เยี่ยนอวี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางถามว่า “เจ้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนั้นอีกแล้วหรือ”
“อา?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าตกตะลึงครู่หนึ่ง พลันนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จากนั้นเขาก็พยักหน้าทันที “อ้ะเนะเนะ!” ใช่! ใช่! ใช่!เสี่ยวเป่าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของท่านพ่อล่ะเยี่ยนอวี๋มองไปที่กระบี่ไท่ชางอย่างใจจดใจจ่อ “ไท่ชาง”ผ่างงง! กระบี่ไทชางพ่นลมปราณแรงขึ้นทันที เมื่อนั้นม่านรัศมีที่มันปล่อยออกมา ก็เกะการะรานขึ้นอีกหลายเท่าจนนับไม่ถ้วน! มันเขย่าจนกระทั่งเครื่องประดับหยกของต้าซือมิ่งแห่งราชสำนักกระทบกันเสียงดัง กรุ๊งกริ๊งทว่าเขายังไม่จากไปไหน และนั่งอย่างมั่นคงยิ่งขึ้น แสงสีม่วงที่แตกกระจายออกมาจากดวงตาของเขายิ่งสว่างขึ้นเรื่อยๆ ริมฝีปากของเขายกขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าริมฝีปากยกขึ้นจากเดิมสามเท่าแม้เยี่ยนอวี๋ยังไม่สามารถสัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของต้าซื่อมิ่งแห่งราชสำนักได้ แต่สามารถรับรู้ได