วาจาที่กล่าวก็ยิ่งไร้น ้าหนัก”พรึบบบ! ลูกศิษย์ของสำนักเหยาไถเซียนคุกเข่าลงด้วยความละอายใจกู้หยวนหมิงไม่ได้พูดอะไรอีก ทว่าเขาก็ไม่ได้บอกให้ศิษย์ร่วมสำนักยืนขึ้น หากแต่ก้าวไปข้างหน้าและประสานมือโค้งคำนับเม่ยเอ๋อร์ “ทำให้แม่นางขบขันแล้ว”“หึ!” เม่ยเอ๋อร์ส่งเสียงหึอย่างเย็นชา ความจริงนางยังอารมณ์เสียอยู่มาก นางหวังจริงๆ ว่าคนพวกนี้จะสร้างปัญหาต่อ นางจะได้ปลดปล่อยมือและเท้าให้เป็นอิสระไปเล่นงานคนได้อีก“ไปกันเถอะ” เยี่ยนอวี๋ปรายตามองกู้หยวนหมิงแวบหนึ่ง ค่อนข้างพอใจกับการจัดการของเขาดังนั้นนางจึงไม่พูดอะไรอีก แล้วเดินนำไปด้านหน้าแต่คราวนี้เยี่ยนจื่อเสาปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมให้เยี่ยนอวี๋เดินนำอยู่ข้างหน้า เขาต้องเป็นคนเดินนำหน้าสุด “ถ้าต้องเลี้ยวซ้ายขวาหรืออะไรก็แล้วแต่ น้องเล็กบอกข้ามาได้เลย”
“…ได้” เยี่ยนอวี๋ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมให้เยี่ยนจื่อเสาเดินนำหน้า แต่นางมีความรู้สึกว่าหลังจากนี้น่าจะราบรื่นแล้วและความจริงก็เป็นตามที่เยี่ยนอวี๋คาดการณ์ไว้ การเดินทางครึ่งชั่วยามหลังจากนั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่น เพียงแต่ในวิมานเทวาสถิตเริ่มมีทางแยกมากขึ้นมีทางแยกบางช่วงที่ไม่อยู่ในความทรงจำของเยี่ยนอวี๋ ดังนั้นนางจึงนั่งระลึกความทรงจำให้แน่ใจเสียก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อ“แม่นางเยี่ยน ดูเหมือนท่านจะคุ้นเคยกับเส้นทางในนี้ดีนะ?” กู้หยวนหมิงเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ อันที่จริงเขาอยากจะถามคำถามนี้มานานแล้ว