เม่ยเอ๋อร์กับเอ้อร์เหมากลับเดินตามไปแล้วเมื่ออินหลิวเฟิงเห็น เขาก็ได้แต่ต้องเดินตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้พร้อมกับพูดว่า “จื่ออวี๋ คราวนี้ท่านเดินสบายขนาดนี้เชียวหรือ ลูกท่านชี้ส่งเดช! ท่านก็ตามไปเช่นนี้เลย?”
“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าผู้ที่ถูกเอ่ยถึงส่งเสียงร้องอย่างไม่พอใจ และ“อ้ะเนะเนะ! อ้ะเนะเนะ…” แสดงอาการว่า ‘เป่าเป่าไม่ได้ชี้ส่งเดชเสียหน่อย! เจ้าคนโง่เง่า!’อินหลิวเฟิงที่ดูเหมือนจะฟังเข้าใจ เขารีบกล่าวอย่างยอมจำนน“เอาล่ะ บรรพบุรุษน้อย ข้าผู้นี้พูดผิดไปแล้ว เจ้าไม่ได้ชี้ไปอย่างส่งเดช ข้าเชื่อเจ้าแล้ว ข้าผิดไปแล้ว”“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วนอนต่อในอ้อมแขนของมารดาแต่กู้หยวนหมิงไม่รู้โดยสิ้นเชิง เขาไม่รู้ว่าควรตามไปต่อดีหรือไม่และศิษย์ร่วมสำนักของเขาต่างก็แสดงออกว่า “ชุนซิ่นจวิน พวกข้าไม่อาจหลับตาติดตามไปได้นะเจ้าคะ คนกลุ่มนี้ไม่น่าเชื่อถือ!” ต่างก็เล่นเป็นเด็กไปได้กู้หยวนหมิงย่อมรู้สึกว่าเยี่ยนอวี๋และคนอื่นๆ มีความน่าสงสัยในการเล่นเป็นเด็กๆ กอปรกับการตรึกตรองพิจารณาถึงเหตุผลด้านอื่นเขาพูดด้วยเสียงทุ้มลึกว่า “พวกเจ้าสำรวจทางอื่นดู”“เจ้าค่ะ! ชุนซิ่นจวิน” ลูกศิษย์ของสำนักเหยาไถเซียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขากลัวว่าชุนซิ่นจวินของพวกเขาจะตามคนที่มีความคิดประหลาดพวกนั้นไปแล้วเดินไปสู่ความมืด แต่โชคดีที่ชุนซิ่นจวินไม่ได้เป็นเช่นนั้น
และอินหลิวเฟิงที่เดินไปไกลแล้ว เขาพ