องไม่เห็นหรือว่าองครักษ์ทึ่มๆ ของเขาเป็นคนทำเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะอินหลิวเฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง ตั้งใจจะมองเยี่ยนอวี๋เพื่อปลอบประโลมหัวใจ แต่กลับเห็นว่าเยี่ยนอวี๋กำลังพิจารณาวิมานที่อยู่ข้างหน้า ท่าทางเหมือนมีอะไรไม่ถูกต้อง
“มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ” อินหลิวเฟิงรีบเดินเข้าไปถามทันทีเยี่ยนอวี๋พยักหน้า “นี่คือวิมานเทวาสถิตที่ตายแล้ว”“ตายแล้ว?” อินหลิวเฟิงถามกลับอย่างไม่เข้าใจ “ท่านหมายความว่านี่เป็นวิมานเทวาสถิตที่มีจิตวิญญาณอย่างนั้นหรือ”“ใช่ มันคือตำหนักไท่ชาง วิมานเทวาสถิตบรรพกาลที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงแรกเริ่ม” เยี่ยนอวี๋เอื้อมมือไปสัมผัสพื้นผิวที่แตกร้าวของวิมานเทวาสถิต ไม่รู้สึกถึงความมีชีวิตของวิมานเทวาสถิตเลย“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าเลียนแบบมารดาของตน ลูบตำหนักไท่ชางจากนั้นเขาก็จับดินได้ก้อนหนึ่ง ซ ้ายังเอาเข้าปากโดยสัญชาตญาน“กินไม่ได้!” เยี่ยนอวี๋ขัดขวางการกระทำเล็กๆ ของลูก และจุมพิตศีรษะโล้นน้อยๆ ของเขา “เสี่ยวเป่าหิวแล้วหรือ”“อ้ะเนะเนะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่ากะพริบตา แล้วลูบท้องเล็กๆ ของตนอย่างงุ่มง่ามเยี่ยนอวี๋พูดด้วยรอยยิ้มละไม “เม่ยเอ๋อร์ ทำอาหารให้เสี่ยวเป่าทีพวกเราพักกันก่อนสักครู่ แล้วค่อยเดินทางต่อ”“หือ?” อินหลิวเฟิงพูดอย่างตะลึงงัน “พวกเราควรรีบเข้าไปมิใช่หรือ คนของสำนักคุนอู๋และคนของชุนซิ่นจวินกำลังไล่ตามเราอยู่นะ!” นี่มันเร่งด่วนมากเลยนะ!
“ไม่เป็นไร” เยี่ยนอวี๋ไม่ส