ด เสียงลมหายใจของอสูรขนาดมหึมาบางตนสาดรดลงบนสถานที่แห่งนี้ ทำให้ฝูงชนที่ถูกทำให้ตะลึงค้างแต่เดิมแทบจะขาอ่อนแรงโดยไม่รู้ตัวและในเวลาเดียวกันนั้น ร่างวิญญาณของอสูรขนาดมหึมาสีแดงเข้มที่คดโค้งกว่าพันลี้ก็เติมเต็มวิสัยทัศน์ของฝูงชนเต็มที่!“มังกรทอแสง” กู้หยวนหมิงเอ่ยออกมาทีละคำ เขาสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของอสูรโบราณตนนี้ได้อย่างชัดเจน เกรงว่าจะห่างจากการคาดการณ์ของเขาลิบลับ เพราะว่ามันไม่มีร่างจิตวิญญาณไม่ใช่…อินหลิวเฟิงก็ค้นพบเช่นกัน “จริงหรือ ท่านนั้นหรือ”“อ้ะ! อ้ะเนะเนะ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าตื่นเต้นมากกว่าเดิม
อินหลิวเฟิงอยากจะร้องไห้แล้ว “เบาเสียงหน่อยเถอะ ท่านบรรพบุรุษตัวน้อย…” เขาอยากจะพูดว่า ท่านตัวเล็กขนาดนี้ เกรงว่าคงไม่พอให้ติดซอกฟันมังกรทอแสงตนนี้เลย!“มันไม่ได้ยิน” เยี่ยนอวี๋กลับเอ่ยขึ้นมา นางถึงขั้นอุ้มบุตรชายที่ตื่นเต้นของนางเดินผ่านอินหลิวเฟิงและกู้หยวนหมิงตรงไปยังมังกรทอแสงที่อยู่ไม่ไกลตนนั้นนี่…“บัดซบ!”อินหลิวเฟิงรีบตามไปอย่างลืมตัวเสียกิริยาอีกครั้ง ทั้งยังลองเอ่ยยับยั้งว่า “แม่นาง ท่านอย่าบุ่มบ่ามจะได้ไหม”เยี่ยนอวี๋ไม่ได้หยุด นางยังคงเดินตรงไปข้างหน้าอีกระยะหนึ่ง และหยุดลงในตอนที่อินหลิวเฟิงใกล้จะผุดเหงื่อเย็น พลางเอ่ยว่า “เจ้ามาดูนี่”“ข้า?” อินหลิวเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามเข้าไปด้วยความระมัดระวัง ทั้งยังจุดเทียนไว้อาลัยอย่างลึกซึ้งให้กับความกล้าหาญของตนเอง ความจริงแล