้วเขาไม่อยากจะเข้าไปใกล้ขนาดนั้น!แม้ว่ามังกรทอแสงตรงหน้าจะดูเหมือนหยุดนิ่ง หมอบดูพวกเขาโดยไม่ได้ทำสิ่งใด แต่ความรู้สึกที่ถูกมองเป็นมดกลับชัดเจนที่สุด!
อินหลิวเฟิงมั่นใจว่า ถ้าหากมังกรทอแสงตนนี้คิดอยากจะทำอะไรบางอย่างกับพวกเขา พวกเขาทั้งหมดล้วนจบเห่แน่นอน! ไม่มีใครสามารถหลบหนีได้ ผลลัพธ์ก็คือแม่ลูกสองคนนี้อีกคนกลับแข่งกันทำตัวยโสโอหัง!ผู้เป็นบุตรชายร้องโวยวายไปทั่ว ผู้เป็นมารดาไม่เพียงแต่ไม่ปลอบ กลับพาบุตรชายเข้าไปดูใกล้กว่าเดิม…อินหลิวเฟิงเป็นกังวลใจอย่างมากว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ไม่เกินยี่สิบห้าปีทว่าเยี่ยนอวี๋ไม่ได้รับรู้ถึงความคิดไร้สาระเหล่านี้ของเขาด้วยซ ้านางเอ่ยขึ้นในตอนที่อินหลิวเฟิงเดินเข้ามาใกล้ “มองที่ตาของมัน”อินหลิวเฟิงทนรับแรงกดดันมหาศาล ฝืนแหงนหน้ามอง! ก็สบเข้ากลับเบ้าตาสีนิลราวกับดวงอาทิตย์สีดำขนาดมหึมาสองดวง หืม?เบ้าตา? ตาบอด…“ตาบอด?” ขณะที่อินหลิวเฟิงตกตะลึง ก็คิดถึงเยี่ยนอวี๋ที่บอกว่ามันไม่ได้ยิน นั่นก็หมายความว่า “นี่เป็นมังกรทอแสงที่ทั้งตาบอดและหูหนวกตนหนึ่ง?”เยี่ยนอวี๋ไม่ตอบคำถาม แต่นางสามารถมั่นใจได้ว่า นี่ไม่ใช่ร่างที่แท้จริงของมังกรทอแสง แต่น่าจะเป็นผิวหนังชั้นหนึ่งของลูกน้องนางที่ลอกคราบในปีนั้นและแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ผิวหนังชั้นหนึ่ง แต่ผ่านการฝึกปรือมาหลายปีขนาดนี้ ความสามารถย่อมไม่อาจดูแคลนได้ ทว่าในฐานะ
ผิวหนังชั้นหนึ่ง สุดท้ายแล้วก็ถูกขีดจำกัด ไม่สามารถม