รานีอินหลิวเฟิงคิดจะหลบ!แต่เมื่ออักษรรูนแตะเข้าที่อินหลิวเฟิง ก็เหมือนดั่งเวลาที่มิสามารถย้อนกลับไปได้! มันไหลเข้าสู่อนุสติของอินหลิวเฟิง ทันทีที่ข้อความเหล่านั้นเข้าไปในอนุสติของเขา ก็พลันมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย“หืม?”
อินหลิวเฟิงตระหนักได้ถึงความรู้สึกของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกได้ลางๆ ว่าเหมือนมีกระแสบางอย่างจากอนุสติของเขา ไหลผ่านไปยังแขนขาทั้งสี่ข้าง อวัยวะภายในและไขกระดูก เขาไม่รู้สึกถึงความไม่สบายตัว แต่กลับมีความรู้สึกเบาสบายราวกับถูกชะล้างร่างกายอย่างไรอย่างนั้น?ความรู้สึกนี้…ราวกับว่าเขาได้ประโยชน์จากมัน?“เจ้าน่าจะยินดีนะ” เยี่ยนอวี๋พูดอย่างไม่แปลกใจ “เสี่ยวเป่าของข้ามีพรสวรรค์มากกว่าเจ้าจริงๆ ฉลาดกว่าเจ้าอีก ทั้งหมดนี้จึงเป็นผลพลอยได้ของเจ้า”“หมายความว่าอย่างไร” อินหลิวเฟิงสับสน“แม้ว่าองค์ประกอบของชีวิตจะแบ่งเป็นร่างหลักและร่างเสริม ทุกอย่างของร่างเสริมจะส่งทุกอย่างให้กับร่างหลัก แต่ร่างหลักที่แข็งแกร่งก็สามารถฉายเงาให้กับร่างเสริมได้ เจ้าควรสำนึกในความเอื้ออาทรของเสี่ยวเป่า ความสามารถของเขาได้ฉายเงาให้กับเจ้าด้วย” เยี่ยนอวี๋อธิบายอินหลิวเฟิง “?”ดังนั้น…เขาควรจะขอบคุณสำหรับการได้เป็น ‘ทาส’ ให้กับเจ้าตัวน้อยนี้?
ความรู้สึกนี้ซับซ้อนมากจนอินหลิวเฟิงมิสามารถเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์เพราะเช่นนี้ อินหลิวเฟิงจึงอ ้าอึ้งอยู่ที่เดิมอยู่นาน จนไม่สังเกตเห็นว่าเยี่ยนอวี๋เลิกสนใจเขา แ