ืมตาไม่ไหวจึงหลับตานอนต่อฮ่าๆๆ… เยี่ยนจื่อเสาหัวเราะจนตัวงอ และพูดอย่างกระตือรือร้น“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ให้ข้าอุ้มหลานชายข้าหน่อยเถิด!”“ถอยไปเลย! พ่อเจ้ายังไม่ได้อุ้มเลย เจ้ารอไปก่อน” เยี่ยนชิงโกหกอย่างไม่อาย ทั้งยังมองหน้าเยี่ยนอวี๋ตาปริบๆ
เยี่ยนจื่อเสาที่ถูกเบียดทำได้แค่ลูบจมูก ยืนจ้องตาเป็นมันรอคอยโอกาสที่จะได้อุ้มต่อ เนื่องจากอารมณ์ดีทำให้เขามีสีหน้าแช่มชื่นมีสีเลือดขึ้นมาไม่น้อย แต่เยี่ยนอวี๋รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงภาพลวงตายามนี้เยี่ยนจื่อเสาจะต้องเจ็บปวดทรมานมากแน่นอน เพราะระบบโลหิตของมนุษย์วานรหวาไหวจากการหลอมโอสถแปรผันให้กลายร่างนั้น จะกลืนกินเลือดเนื้อของเยี่ยนจื่อเสา และพลังการรักษาที่นางส่งเข้าไปจะยังคง ‘ต่อต้าน’ จนกว่าเขาจะแปรสภาพอย่างสมบูรณ์หรือจนกว่าจะรักษาจนหายสนิท…
ณ เรือนจ่างสื่อครั้งแรกที่กู้หยวนเหิงได้ยินว่าซวงเสวียนจวินมา เขาคิดว่าคุณชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณชายเจ้าสำราญเหมือนพี่ใหญ่ของเขาคนนี้จะมาสืบถามเกี่ยวกับเรื่องของเยี่ยนจื่ออวี๋ เพราะเขาได้ยินมาว่าซวงเสวียนจวินไปสู่ขอนางถึงสำนักชางอู๋อย่างไรก็ตาม หลังจากทักทายอินหลิวเฟิงสองสามคำแล้ว เขาก็ถามขึ้นว่า “ชีหลาง จากที่ข้ารู้มา ในระยะหนึ่งปีมานี้ เจ้าอยู่ที่เขตชางอู๋มาโดยตลอด”กู้หยวนเหิงประหลาดใจ แต่เขาก็ยังพยักหน้าและพูดว่า “ใช่ขอรับ”
“เจ้าคงเคยได้ยินว่าต้าซือมิ่งก็มาเขตชางอู๋เช่นกัน” อินหลิวเฟิงถามอีกครั้ง“ต้าซ