แววตาชุยอี้ไร้ซึ่งความปรานี เขายกเก้าอี้ขึ้น เตรียมจะทุ่มใส่เจียงจั้น
หิ่งห้อยมายากําลังโบยบินออกจากฝ่ามือของ เจียงซื่อ แต่ทันใดนั้นหยางเซิ่งไฉกลับตะโกนเสียง ดัง “ช้าก่อน!”
เจียงซื่อหันไปมองหยางเซิ่งไฉ
หรือว่าจู่ๆ ก็รู้จักผิดชอบชั่วดีขึ้นมา?
แม้ว่านางจะตัดสินใจแต่แรกว่าจะไม่ปล่อยทั้งสี่ ไป ทว่าขั้นตอนการลงโทษก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวก เขาทํา
ชุยอี้วางเก้าอี้ในมือลง พลางหันไปมองหยางเซิ่ง ไฉอย่างหงุดหงิดใจ “คงมิใช่อย่างที่ข้าคิดหรอก กระมัง จนถึงตอนนี้เจ้ายังมีแผนจะทําอะไรมัน อีกหรือ”
เขากับหยางเซิ่งไฉแตกต่างกัน เขามิได้ชมชอบ บุรุษเพศ การมาคลุกคลีอยู่ด้วยก็เพียงเพราะรัก สนุก เขามองเพียงว่าเจียงจั้นหน้าตาหล่อเหลา ส่วนเรื่องนิสัยแล้ว เขารู้สึกรังเกียจเป็นที่สุด หาก มิได้เห็นแก่หน้าของหยางเซิ่งไฉ เขาก็คงไม่มีทาง มาร ่วมโต๊ะเป็นแน่
“มีแผน?” หยางเซิ่งไฉลูบหน้าตนเอง กลิ่นสุรา ผสมคลุกเคล้าเข้ากับกลิ่นคลุ้งของอาหารทําให้ เขาถึงกับกลอกตา ความเกลียดชังที่มีต ่อเจียงจั้น เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
ตั้งแต่เล็กจนโต เขาถูกเลี้ยงดูปรนเปรอมาอย่าง สุขสบาย ไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องตกอยู่ใน สถานการณ์น่าขายหน้าเช่นนี้ ฉะนั้นวันนี้เขาไม่มี ทางปล่อยไอ้คนชั่วนี่ไปอย่างแน่นอน!
หยางเซิ่งไฉฉายแววโหดเหี้ยม “จะต่อยเขาทําไม กัน อย่างไรเสียเขาก็เป็นคุณชายจวนปั๋ว หากเกิด เรื่องจนได้รับบาดเจ็บ พวกเราจะเอาตัวไม่รอด”