ไปก็เพราะยังมิรู้ความ”“แต่ก็มิใช่ทุกคนที่ยังมิรู้ความจะต้องทำร้ายผู้อื่นนี่เจ้าคะ” เจียงซื่อบ่นเสียงเบา เพราะนางเคยสัมผัสกับความโหดเหี้ยมของฉังซิงโหวซื่อจื่อและเจียงเชี่ยนมาแล้ว ทัศนคติของเจียงซื่อถึงได้แตกต่างไปจากชาติที่แล้วโดยสิ้นเชิง
จากที่นางรับรู้คือมีคนไม่กี่คนบนโลกนี้ที่มีนิสัยชั่วร้ายมาตั ้งแต่กำเนิด ซ้ำร้ายคือยาใดก็มิอาจรักษานิสัยเช่นนั้นได้ แม้ในใจนางจะรู้ว่าการคิดเช่นนี้จะฟังดูดื ้อรั ้นไปบ้าง แต่ชีวิตของนางก็เปรียบเสมือนกระดาษขาวที่ถูกราดด้วยน้ำหมึกนางไม่ใช่เด็กสาวในวัยสิบห้าปีอีกต่อไปแล้วเพราะรอยเปือนเมื่อชาติก่อนมิอาจลบเลือนให้จางหายไปได้
“เจ้าว่าอย่างไรนะ” เจียงอีไม่ได้ยินที่เจียงซื่อบ่นกับตัวเองจึงถามขึ้น
เจียงซื่อหัวเราะ “เพียงแต่ถอนใจว่าไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน ว่าแต่ ท่านยายเรียกให้พี่ใหญ่กลับไปด้วยสาเหตุใดกัน”
“เปล่าหรอก ท่านยายได้ยินว่ามาเยียนเยียนไม่สบาย จึงเรียกข้าเข้าไปถาม”
“ท่านยายไปได้ยินใครพูดมาหรือ”
เจียงอีมองเจียงซื่อด้วยความสงสัย “น้องสี่ มีเรื่องอะไรงั้นรึ”เจียงซื่อขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงออกไป “พี่ใหญ่บอกข้ามาก่อนว่าท่านยายไปทราบความมาจากไหน แล้วข้าถึงจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ได้ยินมาจากท่านปั้าสะใภ้”
เจียงซื่อหัวเราะเยาะออกมาเหตุเพราะเป็นไปตามคาด
“น้องสี่ สรุปมันเรื่องอะไรกัน” แม้เจียงอีจะมีนิสัยอ่อนโยน ทว่ามิใช่คนซื่อบื้อ ฉะนั้นแค