่เห็นท่าทีของเจียงซื่อก็พอจะจับสังเกตได้ว่ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลในขณะนั้นยังไม่มีเหตุผลใดให้นางต้องว้าวุ่นใจแต่เมื่อคิดดูแล้วกลับรู้สึกว่าเรื่องที่กำลังจะได้ยินต่อไปอาจทำให้นางรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง
เจียงซื่อเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศเงียบงันภายในรถม้าทำให้เจียงอีมีเวลาเตรียมใจ เจียงซื่อจึงเอ่ยต่อ “เรื่องที่ชิงอี้เข้ามาขวางข้าที่ริมทะเลสาบจวีสยามิใช่เรื่องบังเอิญ มีความเป็นไปได้แปดในสิบที่เรื่องทั้งหมดเป็นแผนของท่านปั้าสะใภ้เจ้าค่ะ”
นางเริ่มจากให้ชิงอีสาวรับใช้ปล่อยข่าวว่าเจียงอีเป็นลม จากนั้นชิงอีก ็หายตัวไปอย่างลับๆ และท้ายสุดก็เป็นข่าวร้ายของซูชิงอี้เจียงอีรับฟังเงียบๆ แต่ยิ่งฟังใบหน้าของหน้าก็ยิ่งแย่ลง นางเอื้อมมือที่สั่นเทามาจับมือเจียงซื่อพลางเอ่ยถามด้วยความแคลงใจ “ไฉนถึงกลายเป็นเช่นนั้นได้ นางเป็นปั้าสะใภ้ของพวกเราแท้ๆ คิดร้ายกับเจ้าเช่นนี้ นางไม่มีมโนสำนึกเลยหรืออย่างไร”
เจียงซื่อบอกไปตามตรง “พี่ใหญ่ คนเลวในโลกนี้มีอยู่ถมเถเจ้าค่ะ”
นางไม่คิดจะปิดเรื่องความกังวลใจนี้จากผู้เป็นพี่สาว แม้ว่าพี่ใหญ่ของนางจะเป็นคนอ่อนโยนนุ่มนวล และหากได้ฟังเรื่องเช่นนี้เกรงว่าคงผวาอยู่หลายวัน แต่เพราะรู้ดีว่าพี่ใหญ่ของนางจะประสบกับความโชคร้ายในอีกไม่ช้า หากไม่บอกให้พี่ใหญ่ระวังตัวจากพวกคนชั่ว เกรงว่าจะเป็นการทำร้ายพี่ใหญ่เสียเอง
ในบางครั้ง ต่อให้มีคนรอบข้างคอยปกปั้องก็มิสู ้ยืนหยั