นเช่นนี้มันเกี่ยวข้องกับคุณหนูซูเอ้อร ์หรือไม่”
สตรีผู้นั้นอดมองไปที่ซูชิงเสวี ่ยไม่ได้
ซูชิงเสวี ่ยก ้มหน้าลง ไม่เหลียวมองสตรีผู้นั้น
จู่ๆ สตรีผู้นั้นก็หัวเราะออกมา “ใช่ ใครใช้ให้คุณหนูรองไม่สนใจที่จะพูดกับแม่แท้ๆ อย่างข้าผู้นี้กันล่ะ ลูกชายข้าตายแล้ว แถมลูกสาวยังไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาอีก เช่นนั้นเหตุใดข้าจะต้องใช้ชีวิตที่คับอกคับใจเช่นนี้ต่อไป ข้าแก้แค้นให้ลูกชายข้าไม่ดีกว่าหรือ”
วันนี้เป็นวันครบรอบการตายของหลินเกอเอ๋อร ์นางเจ็บปวดราวกับถูกเจาะเข้าไปในหัวใจ อยากจะคุยกับลูกสาวมาก ทว่าสิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นคำดูถูกเหยียดหยามจากลูกสาว
ซูชิงเสวี ่ยเงยหน้าขึ้นมาทันควัน เห็นความแค้นของสตรีผู้นั้นแวบผ่านนัยน์ตาไป
“นางสารเลว!” โหยวซื่อชี้ไปที่สตีผู้นั้น พลันโกรธจนหน้าเขียวเวลานี้ นางอยากจะสั่งให้คนนำตัวนางสารเลวตรงหน้ามาหั่นเป็นชิ้นๆ ทว่าสติที่มีอยู่ทำให้นางไม่บุ่มบ่าม ทว่าสตรีผู้นั้นกลับหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงกลัว “ไท่ไท่จะว่าข้าเป็นนางสารเลวก็ว่าไปเถอะ เดิมชีวิตข้าก็ต้อยต่ำอยู่แล้ว หึหึหึตายไปก็ไม่เสียดายหรอก”
“เจ้า เจ้ามันบ้าไปแล้ว!” โหยวซื่อคิดไม่ถึงเลยว่าอนุชั ้นต่ำจะพูดกับนางเช่นนี้ นางโกรธจนตัวสั่น
เจินซื่อเฉิงกลับมองจ้องไปที่ซูชิงเสวี ่ย เอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ “คุณหนูซูเอ้อร ์ ขณะที่อี๋เหนียงผลักคุณชายซูตกน้ำ เจ้าอยู่ที่ศาลาเฉาหยางดูอยู่ใช่หรือไม่”
แม้จะอาศัยแค่ประสบการณ์เขาก