ณ เวลานั้นผู้คนต่างนับถือในผีสางเทวดา จึงไม่กล้าสาบานต่อฟั้าดินง่ายๆ ซูชิงเสวี ่ยสาบานออกไปพล่อยๆ ทุกคนจึงเชื่อมาก
ทว่าเจียงซื่อกลับไม่เชื่อ
คนที ่อยู่ในเหตุการณ์ นอกจากจะเป็นคนที ่วางแผนทำร้ายนางคนนั้นแล ้ว ก็ไม่มีใครรู้ดีกว่านางแล้วว่าเหตุใดซูชิงอี้ถึงได้เข้ามาพัวพันกับนางหากการพบกันของซูชิงอี้กับนางเป็นเรื่องบังเอิญมันก็ต้องไม่มีบุคคลที่สามอยู่ แต่ในเมื่อสาวรับใช้ชุดดำพยายามพานางมาที่ริมทะเลสาบจวีสยาเช่นนั้นการที่ซูชิงอี้รออยู่ในศาลาเฉาหยางก็ต้องมีคนจัดการไว้อย่างไม่ต้องสงสัย อย่างที่อวี ้ชีพูด ซูชิงอี้สติไม่สมประกอบ ถ้าจะให้เขารออยู่ในศาลาเฉยๆ นั้นเป็นไปไม่ได้ จะต้องมีคนเล ่นกับเขาในศาลาแน่นอน
เจียงซื่อมองซูชิงเสวี ่ยที่ยื่นมือสาบานต่อหน้าฟั้าดินอยู่ แล้วค่อยๆ ยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย ไม่ว่าซูชิงเสวี ่ยจะแก้ตัวอย่างไร คนที ่น่าสงสัยมากที่สุดก็ยังคงเป็นซูชิงเสวี ่ย นอกจากจะเชื่อที่ซูชิงเสวี ่ยบอกว่าผ้าเช็ดหน้าถูกลมพัดไป
นายท่านซูมองสีหน้าที่เคร่งเครียดของลูกสาวแล้วถอนหายใจออกมา พลางหันหน้าไปหาเจินซื่อเฉิง เอ่ยขึ้น “ช่างเถอะ ลูกคงจะพลัดตกน้ำเองวันนี้ลำบากใต้เท้าเจินมาเสียเวลาแล้ว”
เจินซื่อเฉิงขมวดคิ้วมองนายท่านซู
เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝั่ายไม่อยากสืบสาวหาความจริงต่อไปแล้ว นี่เป็นความผิดพลาดที่ตระกูลร่ำรวยส่วนมากจะเป็น
สำหรับพวกเขาแล้ว ความจริงยังไงก็ไม่สำคัญเท่ากับหน้าตาชื่