อเสียงของตระกูล
ทว่าเจินซื่อเฉิงกลับไม่ได้คิดจะไว้หน้านายท่านซู
หากปราชาชนไม่แจ้งความทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สนใจ ถ้าจวนอี๋หนิงโหวไม่เชิญเจ้าหน้าที่ทางการมาแน่นอนว่าเขาคงไม่มาไขคดีหรอก ทว่าในเมื่อเชิญเขามาแล้ว ยังไม่ทันได้สืบหาความจริงให้กระจ่างแจ้งก็จะให้เขากลับ นี่มันเจตนาทำให้นอนไม่หลับกันชัดๆ เพราะทุกอย่างที่มีผลกระทบต่อการนอนของใต้เท้าเจิน
“ใครบอกว่าคุณชายพลัดตกน้ำ” เจินซื่อเฉิงหรี่ตาถามกลับ
นายท่านซูตะลึง “ใต้เท้าเจินหมายความว่าอย่างไร”
เจินซื่อเฉิงมองไปที่อวี้จิ่น “อวี้…”
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เจินซื่อเฉิงตะโกนออกไป “เสี่ยวอวี้ อธิบายให้พวกเขาฟัง”
เขาว่าแล้ว การมีองค์ชายติดตามมาไขคดีด้วยแม้แต่ขานเรียกยังลำบากขนาดนี้ โชคดีที่องค์ชายเจ็ดท่านนี้มีความอดทนมากกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก แถมไม่ใช่พวกที่ไม่เอาไหนเอาแต่วางมาดถือตัว
ไม่ทันไร เจินซื่อเฉิงก็ยอมรับในสิ่งที่อวี้จิ่นแสดงออกในวันนี้แล้ว
อวี้จิ่นรู ้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสายตาของทุกคนกำลังจ้องมาที ่เขา หนึ่งในนั้นมีสายตาคู่หนึ่งที่ทำให้เขาใจเต้นขึ้นมาเล็กน้อย ทว่าเขาบังคับตัวเองให้นิ่งสงบลงได้อย่างรวดเร็ว
เขาเดินไปที่ทะเลสาบจวีสยา แล้วหยุดลงตรงรอยเท้าสุดท้ายที่ซูชิงอี้ทิ้งไว้ พลางชี้ไปที่พื้นแล้วพูดขึ้น “ไม่ทราบว่าทุกท่านสังเกตเห็นร่องรอยที่นี่หรือไม่”
ร่องรอย?
ทุกคนถูกถามจนงงงวยไปครู่หนึ่ง
อวี้จิ่นอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ริมทะเลสาบน