จื่อคิดว่าจมูกของคนเราดีกว่าสุนัขงั้นหรือ”
นายท่านซูพูดไม่ออกราวกับเป็นใบ้ แล้วพาลโกรธเอาดื้อๆ “ใต้เท้าเจิน ลูกน้องท่านคนนี้ช่างไร้มารยาทยิ ่งนัก!”
เจินซื่อเฉิงฉีกยิ้มสุขุมออกมา “คนอายุน้อยตั้งใจเพื่อไขดี ซูซื่อจื่อน่าจะเข้าใจ”ไร้มารยาท? หากท่านรู้ตัวตนของเด็กชายผู้นี้ ก็จะรู้ว่าอะไรกันแน่ถึงจะเรียกว่าไร้มารยาท
“คุณหนูซูเอ้อร ์ กรุณาตอบคำถามข้าด้วย!” จู่ๆเจินซื่อเฉิงก็ทำหน้าขรึมลง
ซูชิงเสวี ่ยหน้าซีดไร้ซึ่งเลือดฝาด ขาอ่อนยวบจนลงไปกองกับพื้น
“คุณหนูรอง!” สาวรับใช้ที่ประคองนางตะโกนออกมา
ซูชิงเสวี ่ยอาศัยสาวรับใช้พยุงถึงได้มีแรงฝืนยืนขึ้นมา ทั่วทั้งร่างสั่นเทิ้มไม่หยุดราวกับต้นไม้แห้งที่ถูกลมพัด
นายท่านซูเห็นสีหน้าหวาดกลัวของลูกสาวก็นิ่งสุมขุมลงเล็กน้อย “ใต้เท้าถามเจ้า เจ้าก็ตอบออกไปตามความจริงสิ!”
ซูชิงเสวี ่ยตัวสั่นขึ้นมาทันที แล้วร้องไห้ปานจะขาดใจพลางเอ่ยขึ้น “ที่จริง ที่จริงข้าเห็นคนลอยอยู่ทะเลสาบ…”
พอนางพูดเช่นนี้ออกมา ซูชิงอวี ่ที่อยู่ข้างๆ ก็หน้าซีดขึ้นมาทันที ร่างกายพลันโอนเอนไปมา“มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” นายท่านซูสีหน้านิ่งสุขุมราวกับสายน้ำไหล
โหยวซื่อไม่พูดไม่จา ทว่าสายตากลับเยือกเย็นราวกับงูพิษ
ซูชิงเสวี ่ยหดตัวลง ประสานมือไว้แน่น “เดิมข้าเล่นอยู่ที่ทางตะวันออกของสวน ทว่าไม่ทันระวังทำชุดเปือน จึงเรียกน้องสามไปส่งข้ากลับไปเปลี่ยนชุด ขณะที่เดินผ่านทะเลสาบจวีสยากลับพบว่า…