พบว่ามีคนผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในทะเลสาบ…”
ซูชิงเสวี ่ยยิ่งพูดสีหน้าก็ยิ่งดูหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ “ตอนนั้นข้ากับน้องสามตกใจมาก ยังไม่ทันได้ดูให้แน่ชัดว่าในทะเลสาบเป็นผู้ใดก็วิ่งกระเจิดกระเจิงกันไปไกลแล้ว ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินว่าพี่รองจมน้ำ…ฮือฮือฮือ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเพิกเฉยไม่ช่วยเหลือนะ แต่ว่าตอนนั้นข้ากลัวมากจริงๆ…”
นายท่านซูมองไปที่ซูชิงอวี ่ ซูชิงอวี ่รีบพยักหน้าเสริม
โหยวซื่อจ้องลูกสาวทั้งสองคนเขม็ง ในใจรู้สึกสับสนปนเป
หากพูดเช่นนี้แสดงว่าหลังจากซูชิงเสวี ่ยโน้มน้าวให้อี้เอ๋อร ์ไปขวางเจียงซื่อเสร็จ ก็ออกไปพาซูชิงอวี ่มาเป็นพยาน แต่พอพวกนางกลับมาอี้เอ๋อร ์ก็จมน้ำแล้ว?
ด้วยเวลาที่สั้นขนาดนั้น หากฆาตกรไม่ใช่เจียงซื่อหรืออี้เอ๋อร ์จะพลาดตกน้ำเองจริงๆ
“เช่นนั้น แม่นางทั้งสองเจอคนลอยอยู่ในน้ำพร้อมกันใช่หรือไม่” เจินซื่อเฉิงถาม
ซูชิงเสวี ่ยกับซูชิงอวี ่สบตา แล้วพยักหน้าลงพร้อมกัน
อวี้จิ่นชูผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นขึ้นมาโดยไม่แยแสพลางเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบเฉย “หากเป็นเช่นนั้นจะอธิบายเรื่องผ้าเช็ดหน้าของเจ้าที่ปรากฏอยู่ในศาลาว่าอย่างไร”
“ข้าจะไปรู ้ได้อย่างไรเล่า” ซูชิงเสวี ่ยตะเบ็งเสียงลั่นอย่างหมดอาลัยตายอยาก น้ำตาไหลพรากลงมาราวกับน้ำฝน “ข้ากับน้องสามเดินผ่านทางนั้นไปด้วยกัน บางทีตอนที่วิ่งอาจจะรีบร้อนทำผ้าเช็ดหน้าตก ประจวบเหมาะกับมีลมพัดผ่านมันก็เลยไปตกอยู่ที่ศาลาเฉาหยาง อาศัยแค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเด