งค์ชายเจ็ดที่อายุน้อยแถมยังไม่เคยโผล่หน้าออกมาให้ผู้ใดเห็น พอนึกถึงตอนที่กรมอาญายัดเยียดคนเข้ามา แล้วบอกว่าหลังจากนี้จะมีคนมาช ่วยทำคดี เจินซื่อเฉิงก็ปวดหัวทันที ทว่าพอได้เห็นคนที ่มาช ่วยพร ้อมกับรู้ตัวตนของอีกฝั่าย เขาปวดหัวยิ่งกว่าเดิมอีก
สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดตอนทำคดีสำหรับเขาก็คือมีคนมาคอยชี้นิ้วสั่ง หากองค์ชายเจ็ดท่านนี้อาศัยตำแหน่งของตนเข้ามาแทรงแซงตามอำเภอใจเขาก็ไม่อาจไปที่กรมอาญาเพื่อขอถอนตัวได้เพราะการที่ให้องค์ชายแต่ละคนไปฝึกทีกรมต่างๆ นั้นเป็นประสงค์ของฮ่องเต้
แต่สิ่งที่ทำให้เจินซื่อเฉิงคาดไม่ถึงก็คือ อวี้จิ่นเป็นคนพูดเองว่าไม่อยากเปิดเผยตัวตน และให้ใช้ตำแหน่งในการเป็นลูกน้องของเขาเพื่อเข้าร่วมทำงาน แน่นอนว่าเจินซื่อเฉิงก็ต้องเต ็มใจอยู่แล้วแม้แต่เรื่องที่อีกฝั่ายพูดว่าตอนไปไขคดีจะพาสุนัขไปด้วยเขาก็ได้แต่ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
อะแฮ่ม ช่วยไม่ได้ สุนัขตัวนั้นเป็นถึงสุนัขของทางการ ถือเสียว ่าเป็นเพื่อนร่วมงานแล้วกัน!
อวี้จิ่นแบมือออก กลางฝั่ามือมีลูกขนไก่หลากสีวางอยู่
เจินซื่อเฉิงรู้เรื่องจากการไต่ถามมาไม่น้อยแล้วเขารู้ว่าเดิมซูชิงอี้กำลังเตะลูกขนไก่อยู่ในสวนกับสาวรับใช้ เช่นนั้นลูกขนไก่ที่ปรากฏอยู่ในมืออวี้จิ่นลูกนี้จึงมีกลิ่นตัวติดอยู่
ทันทีที่ซูชิงเสวี ่ยเห็นลูกขนไก่ สีหน้าก็ซีดเผือดลงมากยิ ่งขึ้น
นางไปหาซูชิงอี้ตามคำสั่งของท่านแม่ใหญ่ เห็นเขากำลังนั่งคลึงลูกขนไก่อยู่