เข้ามายุ่งเกี่ยวหรอก” นายท่านซูพูดไป พลางชำเลืองมองเจียงซื่อ
เขาไม่เข้าใจว่าเจียงอันเฉิงเอาความมั่นใจมาจากไหน หากให้ทางการเข้ามาตรวจสอบเรื่องระหว่างหลานสาวกับลูกคนรองว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งสองจวนก็ต้องอับอายขายหน้า
แม้เจียงอันเฉิงจะไม่ใช่คนที ่มีความคิดละเอียดอ่อน แต่ว่าเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวเขากลับตื่นตัวเป็นพิเศษ เช่นนั้นเพียงแค่เห็นท่าทีของนายท่านซูทำเช่นนี้จึงโกรธขึ้นมาทันที
ไม่ว่าจะพูดอย่าไรก็ตาม พวกเขากำลังสงสัยซื่อเอ๋อร ์! นี่เป็นเหตุผลที่เขายืนหยัดว่าให้แจ้งความเขาเชื่อว่าลูกสาวตัวเองบริสุทธิ์ และเชื่อในความสามารถของเจินซื่อเฉิงผู้ตรวจการศาลาว่าการพระนคร ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การเลือกให้ทางการเข้ามาจึงเป็นตัวเลือกที่ฉลาดที่สุด ไม่ว่าอย่างไรมันก็คงดีกว่าการที่ลูกสาวต้องตกเป็นนักโทษโดนซักถามไปมาท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายเช่นนี้
“หากพี่เขยรู้สึกว่าไม่จำเป็น ผู้อื่นก็ไม่ควรพูดให้มากความ แต่ถ้าพวกท่านจะจับลูกสาวข้าไปซักถามไปมาเช่นนี้ ข้าไม่ยอมหรอก!”
โหยวซื่อโกรธแล้ว “นายท่านปั ๋ว ลูกสาวท่านเป็นสิ่งล้ำค่า ส่วนลูกชายของข้าเป็นเศษกระเบื้องงั้นหรือ”
เจียงอันเฉิงรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของโหยวซื่อที่ปฏิบัติต่อลูกสาวมาแต่แรกแล้ว จึงเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “เช่นนั้นข้าจึงเสนอให้แจ้งความ หากทางการเป็นคนสอบสวนซื่อเอ๋อร ์ ข้าไม่มีทางขัดขวางแน่”
“แจ้งก็แจ้งสิ!” ในใจโหยวซื่อชัดเจนแล้วว่าการตายของล