่ซื่อขมวดคิ้วพลางลุกออกไป ความสงสัยผุดขึ้นมาในใจ ทว่าไม่นานก็สลัดความคิดอันฟุั้งซ่านนี้ออกไปแล้วตั้งใจดูการแสดงงิ้วต่อ
ซูชิงเสวี ่ยได้รับการฝากฝังจากโหยวซื่อให้ไปหาพี่รองซูชิงอี้ ในใจรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
จะต้องไม่มีการผิดพลาดเกิดขึ้น มิเช่นนั้นหากทำให้ท่านแม่ใหญ่ผิดหวัง การประจบเอาใจของนางก็จะสูญเปล่า ไม่แน่อาจจะทำให้ท่านแม่ใหญ่เกลียดนางด้วย“เสวี ่ยเอ๋อร ์…” มีน ้เสียงกล้าๆ กลัวๆ ดังขึ้น
ซูชิงเสวี ่ยหยุดเดิน เมื่อเห็นใบหน้าคนที ่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจนก็ทำหน้าขรึม “ท่านมาที ่นี่ได้อย่างไร”
คนที ่พูดเป็นสตรีนางหนึ่ง อายุสามสิบต้นๆ ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่มุมปากและหน้าผากทำให้ใบหน้าที่สวยงามเต็มไปด้วยความทุกข์ระทม ความมีชีวิตชีวาบนใบหน้าถดถอยลงไปอย่างรวดเร็ว แต่หากมองดูดีๆ ก็จะดูออกว่าสตรีผู้นี้กับซูชิงเสวี ่ยใบหน้าคล้ายกันมาก
ซูชิงเสวี ่ยมองแม่แท้ๆ ของตัวเองที่ท่าทางไม่เอาไหน พลางเอ่ยพูดด้วยความโมโห “ข้าบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าเสนอหน้าอมทุกข์นี่ออกมาให้ข้าเห็นอีก”
สตรีผู้นั้นขยับริมฝีปาก พูดอย่างระมัดระวัง “เสวี่ยเอ๋อร ์ อี๋เหนียงคิดถึงเจ้า…”
สตรีผู้นี้คืออนุของนายท่านซู งานฉลองวันเกิดของอี๋หนิงโหวเหล่าฮูหยินเช่นนี้จึงไม่มีสิทธิ์ปรากฎตัว ปกติการจะได้เจอลูกสาวสักครั้งก็ไม่ง่ายเลย ตอนนี้เมื่อเห็นซูชิงเสวี ่ยจึงรู้สึกดีใจมากขนาดใบหน้าที่เศร้าสร้อยยังดูมีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย
นางเหม่อมองลู