งจริงจังสักครั้ง “เหม่ยเหนียง สตรีอย่างคุณหนูเจียงนั้น…หากว่าครอบครัวเราเกิดอะไรขึ้นมา นางจะเป็นคนที ่สามารถก้าวออกมาและประคับประคองเอาไว้”
ครอบครัวของพวกเขาไม่ใช่ครอบครัวใหญ่ที่มีประวัติการสืบทอดร้อยๆ ปี กล่าวได้ว่าตำแหน่งที่ได้มาปัจจุบันเป็นเพราะเขาคนเดียว ในสายตาของเขา ลูกสะใภ้ที่สามารถก้าวออกมาและรับมือกับมันได้ มีความสำคัญมากกว่าการได้ลูกสะใภ้ที่เชื่อฟัง
เจินฮูหยินฟังแล้วเงียบไปครู่ใหญ่ นับว่าคงเห็นด้วยในคำพูดของเจินซื่อเฉิงแล้ว “ถ้าเป็นเช่นนั้นไว้ข้าหาโอกาสไปพบคุณหนูเจียงสักหน่อยแล้วกันเจ้าค่ะ”
……
จดหมายขอเข้าพบของเจินซื่อเฉิงทำให้เจียงซื่อถูกเรียกไปเรือนฉือซิน
“ท่านย่าต้องการพบหลานด้วยเรื่องใดหรือเจ้าคะ” เจียงซื่อน้อมทักทายเฝิงเหล่าฮูหยินและเอ่ยถาม
เฝิงเหล่าฮูหยินมองเจียงซื่ออย่างละเอียด เมื่อเห็นสีหน้าที่นิ่งเรียบ คงยากที่จะสืบรู้เรื่องราวแล้ว ในใจพลันเกิดความรู้สึกผิดหวัง หรือว่าที่ผ่านมา นางมองผิดไป หลานสาวคนนี้ไม่ใช่คนกระโตกกระตาก แท้จริงแล้วเป็นคนมีกลอุบายถึงขนาดที่ว่าได้รับความสนใจจากผู้ตรวจการศาลาว่าการพระนครได้
ครอบครัวที่มีความดีความชอบกับครอบครัวที่ร่ำรวยนั้นแตกต่างกัน บางครอบครัวมีตระกูลสูงส่งและมีอิทธิพลพิเศษในราชสำนัก ครอบครัวเช่นนี้ย่อมมีแต่คนต้องการเข้าหา แต่อย่างจวนตงผิงปั ๋วที ่อยู่ไกลจากศูนย์กลางของราชสำนัก และคอยรับเงินตามเวลาที่กำหนด ย่อมไม่อาจเทียบได้กับ